เจียงหนานไม่อยากรับจริง ๆ เหตุผลหนึ่งคือกลัวจะทำให้คนอื่นลำบาก อีกเหตุผลคือรู้สึกว่าไม่จำเป็น
แต่พวกเขามาถึงกันแล้ว ยังไงเธอก็ต้องออกไปดูสักหน่อย
พวกเธอเรียนกันอยู่ในห้องอเนกประสงค์ของโรงแรม ที่นั่งของเจียงหนานอยู่ด้านหน้า เธอค่อย ๆ ย่องออกทางประตูด้านข้าง คนที่นั่งอยู่ด้านหลังมองเห็นกันหมด
พอเจียงหนานออกไป เหล่าสตรีมเมอร์ที่เมื่อครู่ยังง่วงหงาวหาวนอนก็เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมา
สตรีมเมอร์สาวแต่งตัวแต่งหน้าอย่างประณีต เอามือป้องปากกระซิบคุยกัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูแคลน
“แหม คนเรียนเก่งก็มีเวลาแอบอู้งานเหมือนกันนี่นา จดโน้ตอยู่ได้ ทำเป็นเด็กเรียนดีไปทำไม”
“ตลกจะตาย นอกจากแต่งตัวเหมือนเด็กประถมแล้ว ยังตั้งใจเรียนเหมือนเด็กประถมอีก ไม่รู้จะเสแสร้งให้ใครดู”
“เธอมาจากชนบท ฉันได้ยินจากบริษัทว่าเมื่อก่อนขายข้าวโพด เก่งแต่ขายสินค้าเกษตร รอบที่แล้วก็แค่โชคดีเท่านั้นแหละ”
“อ้าว เมื่อก่อนขายข้าวโพดเหรอ” คนหนึ่งเบ้ปาก “มิน่ารอบนี้บลูเบอร์รีถึงขายดี เธอน่ะขายได้แต่ของที่มาจากดินโคลน”
มีคนยกมือป้องปากหัวเราะเบา ๆ
“ตัวเองก็เป็นชาวไร่เหมือนกันไม่ใช่เหรอ ดูการแต่งตัวสิ คืนนี้มีงานเลี้ยงนะ แต่เธอกลับใส่แค่กางเกงยีนส์มา”
อีกคนพูดอย่างสะใจ
“จะไปสนใจเธอทำไม คนที่ขายหน้าคือตัวเธอ ไม่ใช่เรา ถึงตอนนั้นพนักงานเสิร์ฟยังแต่งตัวดีกว่าเธอเลย คนอื่นคงนึกว่าเป็นแม่บ้านทำความสะอาดมั้ง”
พูดจบ คนรอบข้างก็หัวเราะคิกคัก ต่างรู้สึกสะใจที่ได้ดูเรื่องสนุก
ทำเอาวิทยากรบนเวทีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะขมวดคิ้ว
