แม้จะเป็นครั้งแรกที่เจียงหนานได้ขึ้นเวทีระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ แถมยังต้องรับหน้าที่บรรยายในช่วงสำคัญที่เพิ่มเข้ามากะทันหัน แต่น้ำเสียงของเธอก็ยังสงบนิ่ง ผ่อนคลายเป็นธรรมชาติ ไม่เผยความประหม่าแม้แต่น้อย
ในงานสำคัญเช่นนี้ หากแสดงความไม่คุ้นเคยออกมาเพียงนิดเดียว ก็อาจทำให้คนมองว่าไม่เป็นมืออาชีพ และชื่อเสียงของแฟชั่นโชว์ทั้งงานคงเสียหายไม่น้อย
ซูเฟยอวี่เองก็รู้สึกกดดันเช่นกัน
แต่เมื่อได้ฟังประโยคแรกจากปากเจียงหนาน เธอก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นทันที ตอนนี้ซูเฟยอวี่ได้เห็นความสามารถของเจียงหนานอย่างเต็มตาแล้ว ไม่เพียงกล้าท้าทายในสถานการณ์ที่มีเวลาจำกัดสุดขีด แต่ยังมีความสามารถที่แข็งแกร่งพอด้วย
ภาษาอังกฤษของเจียงหนานถูกต้องและคล่องแคล่ว เสียงของเธอค่อย ๆ กังวานไปทั่วฮอลล์จัดแสดง
“ผลงานที่ทุกท่านกำลังชมอยู่คือคอลเล็กชัน ‘พำนักในหุบธาร’ ซึ่งมีแนวคิดพื้นฐานจากการผสานบรรยากาศแบบตะวันออกเข้ากับความเรียบง่ายสมัยใหม่ ให้ความจริงและภาพลวงหลอมรวมเป็นหนึ่ง”
“แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ของดีไซเนอร์มาจากสภาวะจิตใจของผู้สันโดษในอดีตที่พำนักอยู่ในหุบเขาลึกและริมธาร ชาวจีนให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกับขุนเขาและสายน้ำมาแต่ไหนแต่ไร เราไม่เน้นแสดงความโดดเด่น แต่ขัดเกลาตัวเองอย่างสงบในหุบธาร ความสงบนิ่งและสุขุมที่แฝงอยู่ภายในนี้คือหัวใจของคอลเล็กชัน”
“ผลงานในคอลเล็กชันนี้ใช้เส้นไหมเป็นวัตถุดิบ และย้อมสีด้วยน้ำจากพืชธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี เมื่อหมดอายุการใช้งานก็สามารถคืนสู่ผืนดินได้ตามธรรมชาติ สอดคล้องกับแนวคิดรักษ์โลกสมัยใหม่ นี่คือภาพสะท้อนของช่างฝีมือตะวันออกที่เคารพธรรมชาติ”
“การออกแบบชุดนี้ได้แรงบันดาลใจจากหุบธารและหมอกเมฆในภาพวาดทิวทัศน์จีน เมื่อสวมใส่แล้วยืนนิ่ง เส้นสายจะดูเรียบสะอาดตา แต่เมื่อเคลื่อนไหว รอยพับของเนื้อผ้าและแสงเงาที่ไล้ผ่านจะจำลองภาพหมอกที่เคลื่อนตัวอยู่กลางขุนเขา”
