หลังเจียงหนานพูดจบ ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นก็เงียบกันไปนาน
ไม่นานก็มีคนพูดขึ้นว่า
“พวกเราไม่ให้เธอช่วยฟรี ๆ หรอก เราจ่ายเงินให้”
พอพูดแบบนี้ ก็มีคนรีบเห็นด้วยทันที
“ใช่แล้ว เจียงหนาน พวกเราจ่ายเงินให้ จ่ายให้เธอ”
“ใช่ ไม่ได้ให้ช่วยฟรี ๆ สักหน่อย”
“บอกมาสิว่าอยากได้เท่าไร เสนอราคามาเลย”
ราคาจินละ 15 หยวน มีส่วนต่างให้ทำกำไรตั้งเยอะ จ่ายเงินให้เจียงหนานสักหน่อยแล้วจะเป็นไรไป
เจียงหนานมองพวกเขาแล้วยิ้มจาง ๆ
“พูดเรื่องน้ำใจไม่ได้ ก็เลยหันมาคุยเรื่องธุรกิจกันแล้วสินะ”
“ขอโทษนะ ถ้าถือว่านี่เป็นธุรกิจ ฉันยิ่งไม่ทำเข้าไปใหญ่”
“ไลฟ์ครั้งนี้ของฉันมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ฉันแบ่งผลประโยชน์ให้ชาวไร่ชาวนาอย่างเต็มที่ คนที่เข้ามาซื้อของในไลฟ์ของฉันก็เข้ามาด้วยน้ำใจแบบเดียวกัน”
“ฉันบอกว่าไม่เอาเงินสักหยวนเดียว ก็คือไม่เอาแม้แต่หยวนเดียว”
“เพราะงั้น สำหรับฉันมีแค่ช่วยกับไม่ช่วย ไม่มีทางเลือกที่สาม”
คนที่เดินออกจากลานบ้านเจียงหนาน บางคนหน้าบึ้งตึงด้วยความขุ่นเคือง บางคนครุ่นคิดเงียบ ๆ
แต่ไม่มีใครพูดอะไร
ความหมายของเจียงหนานชัดเจนมาก เธอไม่ช่วยแน่
ก่อนมา พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าจะเจอสถานการณ์แบบนี้
พวกเขาคิดว่าเจียงหนานต้องช่วยแน่ ไม่ใช่เพราะสนิทกับครอบครัวเธอมากมายอะไร แค่คิดว่าเจียงหนานไม่กล้าปฏิเสธ
ก็เป็นคนหมู่บ้านซิ่วสุ่ยเหมือนกัน ถ้าเธอไม่ช่วย ทุกคนรุมด่าคนละคำก็ทำให้เธอจมได้แล้ว
คนเราไม่ควรทำให้คนทั้งหมู่บ้านโกรธ
แต่พวกเขาคิดไม่ถึงว่าเจียงหนานจะปฏิเสธตรง ๆ แบบนี้ ไม่เปิดช่องให้ต่อรองเลยสักนิด
เดินออกไปได้สักพัก ก็มีคนเริ่มบ่น
“เจียงหนานคนนี้ทำเกินไปแล้ว เป็นคนหมู่บ้านเดียวกันแท้ ๆ ยังไม่ยอมช่วยอีก เรียนหนังสือสูงแล้วจะทำไม แม้แต่การวางตัวเป็นคนยังทำไม่เป็นเลย”
