แสงสปอตไลต์สาดลงบนตัวเจียงซินเหยา หว่านหนิง พิธีกรสาวยิ้มอย่างสุภาพอ่อนโยน พลางยกมือเชื้อเชิญให้เธอนั่ง
“ผู้เข้าแข่งขันคนแรกของรอบชิงชนะเลิศวันนี้คือสตรีมเมอร์ซินเหยา เชิญนั่งได้เลยค่ะ”
“สตรีมเมอร์ซินเหยาได้ขึ้นเวทีเป็นคนแรก ถือเป็นการเปิดฉากด้วยลางดี เชื่อว่าคุณจะต้องเปล่งประกายและทำผลงานได้อย่างโดดเด่นแน่นอนค่ะ”
คำพูดนั้นกลับแทงใจเจียงซินเหยาเข้าอย่างจัง เดิมทีเธอก็อึดอัดใจอยู่แล้วที่จับฉลากได้หมายเลขแรก พอได้ยินพิธีกรพูดราวกับว่าเธอได้รับโชคก้อนโต สีหน้าก็พลันหม่นลงไปครึ่งหนึ่ง
เธอใช้นิ้วลูบนาฬิกาข้อมือหรูหราราคาแพงอย่างไม่ใส่ใจ มุมปากยกเป็นรอยยิ้มขอไปที
“คุณพูดเกินไปแล้วค่ะ การขึ้นเวทีเป็นคนแรกจะเป็นลางดีได้ยังไง คนที่ขึ้นทีหลังโชคดีกว่าฉันตั้งเยอะ”
หว่านหนิงชะงักไปเล็กน้อย ในใจแอบประหลาดใจ อุตส่าห์มาถึงรอบชิงชนะเลิศแล้ว ทำไมยังมีสตรีมเมอร์ที่พูดจาตรงไปตรงมา ไม่รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบาแบบนี้อีกนะ
แต่เพียงชั่วครู่ เธอก็กลับมาคุมสีหน้าได้ แล้วเอ่ยไกล่เกลี่ยอย่างนุ่มนวลและแยบยล
“ลำดับการขึ้นเวทีไม่ได้บอกว่าใครเก่งกว่ากันหรอกค่ะ การได้ขึ้นก่อนก็หมายถึงการได้เผยความสามารถก่อน การกล้าเป็นคนเปิดฉากแบบนี้ ความกล้าของสตรีมเมอร์ซินเหยาหาได้ยากจริง ๆ ค่ะ”
เจียงซินเหยาไม่ตอบ สีหน้ายังคงไม่สบอารมณ์ เธอหยิบไวน์แดงที่จะนำมาขายวันนี้ขึ้นมาเอง โดยไม่สนใจหว่านหนิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เลยแม้แต่น้อย
หว่านหนิงเป็นสตรีมเมอร์แถวหน้าของแพลตฟอร์ม มีฐานแฟนคลับจำนวนมาก ท่าทีของเจียงซินเหยาที่มีต่อหว่านหนิงทำให้แฟน ๆ ของอีกฝ่ายไม่พอใจอย่างมาก
[คนนี้เป็นใครเนี่ย ทำไมดูหยิ่งจัง เป็นแค่มือใหม่ก็ทำหน้าใส่รุ่นพี่แล้ว มีที่มาที่ไปยังไงกัน]
[เห็นท่าทางแบบนี้แล้วใครจะซื้อไวน์แดงของเธอ ฉันติดหนี้เธอหรือไง???]
[เปิดมาก็บ่นไม่หยุด สภาพจิตใจแย่ขนาดนี้ยังจะมาแข่งอีกเหรอ ไวน์แดงของเธอฉันไม่ซื้อแน่]
[คนไม่มีความสามารถก็ชอบหาแต่ข้ออ้าง พอแพ้ก็โทษว่าได้ขึ้นคนแรก ฝีมือแค่นี้ขึ้นคนไหนก็ไม่ช่วยหรอก]
