เจียงหนานมองข้อมูลที่นำเสนอ ก่อนยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวยืนยันว่า
“การได้ร่วมงานกับอาจารย์ซูถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับฉันค่ะ ครั้งนี้อาจารย์ซูเป็นฝ่ายติดต่อมาชวนร่วมงาน ฉันรู้สึกขอบคุณมากที่อาจารย์ซูให้การยอมรับในตัวฉัน”
“การบรรยายเป็นภาษาอังกฤษตลอดทั้งงานเป็นความท้าทายใหม่สำหรับฉันค่ะ จากเสียงตอบรับในตอนนี้ ผลลัพธ์ก็ถือว่าใช้ได้”
“ยังมีรายละเอียดอีกเรื่องที่รายงานไม่ได้กล่าวถึงค่ะ ในพิธีปิดสัปดาห์แฟชั่นมิลาน ชุด ‘ไผ่ต้องน้ำค้าง รู้กาลแห่งปี’ ที่คุณลูกา วาเลนตินี ผู้กล่าวสุนทรพจน์สวมใส่ ก็เป็นผลงานของอาจารย์ซูเช่นกัน ส่วนการบรรยายเกี่ยวกับชุดนั้น ฉันก็เป็นคนดูแลแบบตัวต่อตัวค่ะ”
น้ำเสียงของเจียงหนานอ่อนน้อม แต่ไม่ได้ลดตัวเองลงอยู่ฝ่ายเดียว เธอไม่เคยจงใจอวดอะไร ทว่าหากเป็นจุดสำคัญที่คนอื่นควรรับรู้ เธอก็ไม่ปิดบังแม้แต่น้อย
เจียงหนานมีเรื่องสงสัยอยู่ในใจมาโดยตลอด แม้เธอกับเจียงเฉิงเย่าจะพบกันเพียงไม่กี่ครั้ง แต่ระหว่างทั้งคู่กลับมีความเข้าใจกันโดยไม่ต้องพูด ซึ่งคนอื่นยากจะสัมผัสได้
ทุกคำที่เจียงเฉิงเย่าพูดในวันนี้ เขาไม่เคยส่งสัญญาณบอกเธอล่วงหน้าเลย แต่เธอกลับเข้าใจเจตนาที่ซ่อนอยู่ในคำพูดได้ทันทีทุกครั้ง
เธอรู้ว่าเจียงเฉิงเย่าจงใจพูดถึงซูเฟยอวี่ เพื่อชี้นำให้ทุกคนประเมินมูลค่าของการร่วมงานระหว่างเธอกับซูเฟยอวี่ และเพิ่มอำนาจต่อรองให้เธอบนโต๊ะเจรจา
เธอเข้าใจว่าเจียงเฉิงเย่าตั้งใจช่วยผลักดันเธอ แต่ก็อยากให้เธอใช้ความสามารถของตัวเองยืนหยัดให้ได้ และเป็นฝ่ายเรียกร้องเงื่อนไขที่ต้องการ
เจียงเฉิงเย่าเข้าใจเธอ รู้ว่าเธอต้องการอะไร
พอพูดจบ ผู้บริหารหลายคนที่นั่งข้างเจียงเฉิงเย่าก็ยกมือป้องปากแล้วกระซิบคุยกัน อีกคนหนึ่งขยับตัวเข้ามาใกล้ กดเสียงต่ำพูดอะไรบางอย่างกับเจียงเฉิงเย่าอย่างนอบน้อม