เจียงหนานเดินมาถึงนอกกำแพงลานบ้าน ก็ได้ยินเสียงพูดคุยหัวเราะกันอยู่ข้างใน
ยังไม่ทันได้กลับเข้าไปดูให้เห็นกับตา ก็เห็นหวังเหล่าไท่นั่งเด็ดผักอยู่หน้าบ้านตัวเองเสียก่อน
พอเห็นเจียงหนานกลับมา หวังเหล่าไท่ก็ลุกขึ้นด้วยสีหน้าบึ้งตึง เดินเข้าบ้านแล้วปิดประตูดังปัง ยิ่งเจียงหนานเป็นจุดสนใจมากเท่าไร เธอก็ยิ่งขัดใจมากเท่านั้น
เธอรู้สึกว่าตัวเองโชคร้ายจริง ๆ บนโลกนี้มีคนอย่างเจียงหนานได้ยังไงกัน
ตั้งแต่เด็กก็ข่มหลานชายของเธอ พอโตแล้วก็ยังเป็นเหมือนเดิม
ถ้าไม่มีเจียงหนาน คราวนี้หลานชายเธอคงได้หน้าได้ตาจากการรับซื้อข้าวโพดในหมู่บ้านไปแล้ว
แต่เจียงหนานดันเอาไปขายทางอินเทอร์เน็ต แถมยังขายได้กิโลกรัมละ 15 หยวน
เพราะเรื่องนี้ ป้าหลี่กับป้าหวังที่เดิมยังไปมาหาสู่กับเธออยู่ก็โกรธที่ขายของได้ราคาต่ำกว่า ต่างพากันไม่สนใจเธอ ทำให้เธอกลายเป็นคนโดดเดี่ยวอย่างแท้จริง อยากนินทาใครก็ยังหาเพื่อนคุยไม่ได้
เธอเกลียดเจียงหนาน เกลียดจนเข้ากระดูกดำ เจียงหนานแย่งซีนหลานชาย แถมยังทำให้เธอโมโห แต่กลับไม่มีใครจัดการได้ แม้แต่หวังฟู่กุ้ยก็ยังทำอะไรไม่ได้
เจียงหนานเหลือบมองประตูบ้านหวังเหล่าไท่ที่ปิดสนิทอย่างไม่ใส่ใจ แล้วรู้สึกขำขึ้นมา
ถ้าเป็นเมื่อก่อน หวังเหล่าไท่ปิดประตูใส่หน้าเธอแบบนี้ เธอคงโกรธไปแล้ว
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิม
หลายปีที่เธอใช้ชีวิตอยู่ข้างนอก ได้เจอคนมาหลากหลายแบบ คนที่ “มีนิสัยตรงไปตรงมา” อย่างหวังเหล่าไท่มีน้อยจริง ๆ
มองในแง่หนึ่ง บางทีอาจยังดีกว่าพวกหน้าไหว้หลังหลอกเสียอีก
ในลานบ้านมีทั้งหวงซิ่วหลานกับหลินซิ่วหยา ภรรยาของหวังมู่เกิน กำลังคุยกับซ่งอันฉิน
พอเห็นเจียงหนานลากกระเป๋าเดินทางกลับมา และมีเจียงหยวนหยวนเดินตามมาด้วย
หวงซิ่วหลานก็รีบเดินเข้าไปทัก “หนานหนานกลับมาแล้วเหรอ นี่ไปรับพี่สาวมาสินะ”
เจียงหนานลากกระเป๋าเข้าบ้านไปพลางยิ้มตอบ “คุณน้าทั้งสองอยู่กันพร้อมหน้าเลยค่ะ ใช่ค่ะ พี่สาวเปลี่ยนงานแล้ว ต่อไปจะอยู่บ้าน เลยช่วยขนของกลับมา”
