เจียงหนานกลับมานั่งข้างเตียง แล้วพินิจพัดในมืออย่างละเอียด
มันเป็นพัดกลมแบบโบราณ ด้ามพัดสีน้ำตาลเข้ม จับแล้วเรียบลื่นและให้สัมผัสอบอุ่น ตัวพัดบางมาก พอมองใกล้ ๆ ก็เห็นว่าถักทอขึ้นจากเส้นใยไผ่เส้นเล็กละเอียด ลวดลายถี่แน่น เมื่อแสงตกกระทบก็สะท้อนประกายอ่อน ๆ
บนตัวพัดมีลวดลาย ตอนกลางวันเจียงหนานไม่ได้มองให้ละเอียด คิดว่าเป็นลายพิมพ์หรือวาดขึ้นมา
แต่พอลองพิจารณาอีกครั้ง เธอก็รู้สึกว่าลายนี้ไม่น่าจะพิมพ์หรือวาด เพราะไม่มีสัมผัสหนาหนักแบบสี
ลวดลายบนพัดเผยออกมาด้วยเนื้อสัมผัสที่บางเบาและเรียบง่าย แม้จะไม่ชวนตะลึงตั้งแต่แรกเห็น แต่ยิ่งมองก็ยิ่งประทับใจ ยิ่งพินิจก็ยิ่งรู้สึกถึงเสน่ห์
เจียงหนานก้มลงดมใกล้ ๆ ได้กลิ่นไผ่จาง ๆ กลิ่นนั้นเบาบางแต่สดชื่น ไม่ฉุน ไม่โดดเด่นเกินไป กำลังพอดี
เจียงหนานวางพัดไว้ข้างหัวเตียง ก่อนขึ้นเตียงมุดเข้าไปในผ้าห่ม แล้วพิมพ์คำสองสามคำลงในโทรศัพท์ว่า งานจักสานไม้ไผ่ชิงเสิน
เธอคิดว่า ลองหาข้อมูลดูก่อนไม่เสียหาย ต่อให้ไม่ขายก็ยังศึกษาไว้ได้
พอเริ่มค้นข้อมูล เธอก็อ่านไปจนเกือบเที่ยงคืน ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าหลับไปตอนไหน
ทั้งที่เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว ยังฝันอยู่ครึ่งค่อนคืน ในฝันเธอเอาแต่ตัดไผ่ จนเหนื่อยแทบขาดใจ
เจียงหนานตื่นขึ้นมาอีกทีก็เป็นเช้าวันรุ่งขึ้น แสงสว่างจ้าแล้ว คนที่บ้านรู้ว่าเธอเหนื่อย จึงไม่มีใครปลุก
หลังล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ เจียงหนานก็ลงมาชั้นล่าง พอเห็นเจียงหยวนหยวนอยู่บ้านถึงนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์
“หนานหนาน ตื่นแล้วเหรอ วันนี้เรากินซาลาเปากัน เดี๋ยวฉันไปหยิบมาให้” เจียงหยวนหยวนกำลังเด็ดผักอยู่ตรงประตู พอเห็นเจียงหนานลงมาก็ลุกขึ้นยิ้มแย้ม
