เจียงฉีอวี้รออยู่ด้านนอกสนามกว่ายี่สิบนาที
ถูกถามคำถามแล้วคำถามเล่า เธอก็ตอบตามความจริงให้ได้มากที่สุด
แต่เจียงเหมียนสมกับเป็นนางเอกจริง ๆ มีของอยู่ในตัว คำถามนี้ทำเอาเธอไปไม่เป็นทันที
เธอก้มหน้าหยิบโทรศัพท์ออกมา มองตัวอักษรแปดตัวเด่นหราบนหน้าโปรไฟล์วีแชทอยู่นาน ก่อนจะถามกลับใส่อุปกรณ์สื่อสารว่า
“คุณแน่ใจนะ...ว่าเรื่องนี้พูดได้?”
“มีอะไรที่พูดไม่ได้ด้วยเหรอ?”
ใครจะรู้ว่าเจียงเหมียนที่อยู่หน้ากล้องกลับไม่เข้าใจความหมายของเธอเลยสักนิด แถมยังคิดว่าที่เธอลังเลเป็นเพราะเดาถูกพอดี รอยยิ้มจึงยิ่งมั่นอกมั่นใจ
“หรือว่าในหมู่พวกเรามีคนที่คุณรู้จักอยู่ด้วย พอพูดชื่อเล่นในเน็ตออกมาก็จะเผยตัวตนทันที?”
“...”
เจียงฉีอวี้ไม่ได้กลัวว่าชื่อเล่นในเน็ตจะเผยตัวตนจริง ๆ หรอก อย่างไรเสียเธอก็ต้องออกกล้องอยู่แล้ว แต่ชื่อเล่นนี่สิ...
ช่วงหลายวันที่นอนท่องเน็ตอยู่บ้าน เธอถือโอกาสเปลี่ยนชื่อวีแชทแนววรรณศิลป์ของเจ้าของร่างเดิมเป็นชื่อที่ตัวเองเคยใช้
ชื่อนี้ใช้ส่วนตัวก็ไม่เห็นเป็นไร แค่เอาออกมาใช้ในที่สาธารณะแล้วดูไม่ค่อยเหมาะเท่าไร
แต่พอเธอเอียงคอมองผู้ช่วยผู้กำกับ เห็นเขาไม่มีทีท่าจะห้ามไม่ให้พูด เธอก็เลยยักไหล่ตามน้ำ
“งั้นก็ฟังให้ดีนะ ชื่อวีแชทของฉันค่อนข้างยาว...”
เจียงฉีอวี้ยกอุปกรณ์รับเสียงมาใกล้ริมฝีปาก สีหน้าไร้ความกังวลใด ๆ ก่อนจะเอ่ยทีละคำ
“ฉันชื่อ หอกเปื้อนขี้ทิ่มใครใครตาย”
“...”
สิ้นคำพูด บรรยากาศทั้งในสถานที่ถ่ายทำและนอกสถานที่เงียบกริบ แม้แต่ข้อความแชทที่กำลังคึกคักก็ยังหยุดไปชั่วคราว
แขกรับเชิญทั้งหกคนที่กำลังพูดคุยกันอย่างออกรสกลายเป็นหินไปหมด ทั้งโต๊ะมีเพียงหม้อไฟเท่านั้นที่ยังเดือดพล่านอย่างคึกคัก
