มุมปากผู้ใหญ่บ้านกระตุก เขาคิดว่าที่เหวินจิ้งเล่ามาคงเกินจริงไปหน่อย ไม่คิดเลยว่าโจวหลานจะเรียกราคาสูงลิบขนาดนี้! เด็กดี ๆ ทำไมถึงเรียนแย่ ๆ จากซูเถาไปได้ล่ะ!
ต่อไปต้องให้เฟิ่งเสียลูกสาวของเขาเรียนรู้จากซูเถาให้มากหน่อย เผื่อวันหน้าจะได้ฉลาดรู้เท่าทันคนขึ้นมาบ้าง
“สหายเหวินจิ้ง ฉันเป็นพยานให้เอง เธอจ่ายเงิน 500 หยวนให้สหายโจว แล้วฉันจะให้เธอย้ายออกจากบ้านหลังนี้ทันที”
ผู้ใหญ่บ้านรับรองกับเหวินจิ้งด้วยท่าทีจริงจัง
“ทำไมล่ะ? บ้านในเรือนพักปัญญาชนก็เหมือนกันทั้งนั้น ทำไมฉันอยู่ถึงต้องเสียเงินด้วย?” เหวินจิ้งเดือดขึ้นมาทันที
“ทำไมงั้นเหรอ? ก็เพราะบ้านหลังลานนั่นเขาควักเงินสร้างเอง บ้านของเขาเอง ทำไมเขาจะตัดสินใจเองไม่ได้?”
หัวหน้ากองกลอกตามองอย่างเอือมระอา
“ฮึ ยังจะไปแจ้งตำรวจอีกเหรอ? ไปสิ!”
“อย่างเธอนี่เรียกว่าบุกรุกยึดบ้านคนอื่นนะ มีหวังถูกส่งไปทำงานที่ฟาร์มแน่”
“ฉันอยากเห็นจริง ๆ ว่าพอตำรวจมาแล้วจะจับเธอหรือจับพวกเรา”
เหวินจิ้งหันไปมองเจียงหมิงหย่วนเป็นเชิงถาม แต่อีกฝ่ายกลับหลบสายตาเธอทันที มองฟ้า มองดิน แต่ไม่ยอมมองเธอ
ซ่งเสี่ยวอวิ๋นไม่ชอบเหวินจิ้งอยู่แล้ว ยิ่งไม่มีทางพูดอะไรเข้าข้างเธอ แค่ไม่ซ้ำเติมก็นับว่าดีแล้ว
นาน ๆ ทีเซวียลี่เจวียนจะมีน้ำใจ เธอพูดช้า ๆ ว่า “บ้านลานหน้าคือบ้านของที่พักปัญญาชน อยู่ได้โดยไม่ต้องเสียเงิน ส่วนบ้านหลังลาน พวกเขาควักเงินสร้างกันเอง”
“แล้วทำไมเมื่อกี้ไม่พูด?” เหวินจิ้งถามอย่างขุ่นเคือง
เซวียลี่เจวียนถึงกับพูดไม่ออก เธออุตส่าห์อธิบายด้วยความหวังดี กลับโดนโทษเสียอย่างนั้น!
