“พวกคุณสองคนเข้าใจผิดอะไรกันหรือ?”
ซูเถาไม่ได้คิดจะปกปิดเรื่องอื้อฉาวในครอบครัวให้คนนอกไม่รู้ เธอจึงพูดเรื่องของหยางเสี่ยวฉินออกมาเสียงดังทันที
“เธออยากได้งานของฉัน แต่พี่รองฉันไม่ยอม เธอก็เลยร่วมมือกับคนนอกแจ้งจับครอบครัวฉัน ทำให้ฉันต้องลงชนบทตั้งแต่อายุ 14 ปี ใช่ไหม?”
“หรือว่าเธอคบกับเฝิงเว่ยกั๋ว เพื่อนบ้านของครอบครัวฉัน แล้วอยากให้พี่ชายฉันเป็นคนโง่ที่รับเคราะห์แทน?”
หยางเสี่ยวฉินมองซูเถาอย่างตกตะลึง ไม่เข้าใจว่าเด็กตัวแค่นี้รู้เรื่องลับขนาดนี้ได้อย่างไร จึงรีบแก้ตัว
“อย่ามาใส่ร้ายกันนะ”
“เธอลงชนบทด้วยความสมัครใจเองต่างหาก เรื่องที่พ่อเธอถูกแจ้งจับเกี่ยวอะไรกับฉัน?”
“ใช่ ฉันลงชนบทด้วยความสมัครใจเอง” ซูเถาเชิดหน้าขึ้น กอดอกแล้วมองหยางเสี่ยวฉินอย่างสงสัย
“แต่เธอรู้ได้ยังไงว่าคนที่ถูกแจ้งจับคือพ่อฉัน?”
“ฉัน... ฉันแค่เดาเอา” หยางเสี่ยวฉินถูกซูเถาทำเอาเสียจังหวะ ในใจกระวนกระวายจนแทบอยู่ไม่สุข
“เดาได้แม่นจริง ๆ คิดว่าฉันจะเชื่อเหรอ?”
“หึ หยางเสี่ยวฉิน คนที่ชอบลอบเล่นงานคนอื่นอย่างเธอ อยู่ให้ห่างจากฉันไว้ดีกว่า”
“ฉันไม่เหมือนพี่รองหรอกนะ ที่อารมณ์ดีจนไม่เอาเรื่องเธอ”
“ถ้าทำให้ฉันโมโหขึ้นมา อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจแล้วกัน”
ซูเถาชูกำปั้นขึ้นมาโบกไปมาตรงหน้าหยางเสี่ยวฉิน แสดงท่าทีข่มขู่ชัดเจน
“ซูเถา ทำไมไม่มีมารยาทแบบนี้ล่ะ? ถ้าคุณลุงซูอยู่ที่นี่ เขาต้องสั่งสอนเธอแน่”
“วันนี้คุณลุงซูไม่อยู่ ฉันจะจัดการสั่งสอนเธอแทนเขาเอง”
“รีบขอโทษหยางเสี่ยวฉินซะ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันจะตีเธอ!” เฝิงเว่ยกั๋วทำหน้าขึงขัง เชิดคางมองซูเถาอย่างวางอำนาจ ทั้งยังทำท่าราวกับจะลงมือตีเธอ
