“พี่สาว ของแห้งนี่ขายจินละเท่าไหร่จ๊ะ?”
ซูเถาดึงโจวหลานที่อยู่ข้าง ๆ แล้วถามเสียงเบา
โจวหลานรู้สึกว่ามีคนดึงแขนจึงหันไปมอง พอเห็นว่าเป็นป้าคนหนึ่งกำลังคุยกับเธอ ก็กลืนน้ำลายอย่างประหม่า ก่อนบอกราคาเสียงเบา
“ของแห้งจินละห้าสิบเฟิน เห็ดแห้งหนึ่งหยวนสอง เห็ดหูหนูแห้งสองหยวนค่ะ”
พอได้ยินราคา ซูเถาก็พยักหน้า รู้สึกว่าพอรับได้ ของแห้งที่โจวหลานวางขายล้วนคัดมาอย่างดี รู้ไหมว่าถั่วฝักสดห้าหกจินยังตากออกมาเป็นถั่วฝักแห้งได้ไม่ถึงหนึ่งจิน ถ้าเป็นเห็ดกับเห็ดหูหนูที่คุณภาพดี ราคาก็ยิ่งสูงขึ้นไปอีก เมื่อบวกเวลาและแรงงานเข้าไป ราคานี้ก็นับว่าสมเหตุสมผล
ซูเถาเห็นว่าของแห้งที่โจวหลานวางขายมีไม่มากนัก คิดอยู่ครู่หนึ่งก็ซื้อไปทั้งหมด
ตอนแรกโจวหลานยังไม่ค่อยเชื่อ เธอกำเงินแปดหยวนที่ซูเถายื่นให้แล้วนับซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ กว่าจะมั่นใจว่าขายของได้หมด พอเก็บเงินใส่กระเป๋าที่แนบติดตัวถึงค่อยรู้สึกสบายใจ
เธอมาที่นี่ตั้งนานแล้ว มีคนถามอยู่แค่คนสองคน แถมยังต่อราคากันเสียหลายยก เธอคิดว่าวันนี้คงขายไม่หมดแน่ ๆ ไม่คิดเลยว่าพริบตาเดียวของจะหมดเกลี้ยง ราวกับฝันไป
ไม่นึกเลยว่าเงินจากตลาดมืดจะหาง่ายขนาดนี้ โจวหลานนึกเสียดายที่มาเอาป่านนี้ ถ้าเริ่มขายของแห้งตั้งแต่หลายปีก่อน ตอนนี้เธอคงเป็นเศรษฐีนีที่มีเงินเป็นร้อยหยวนไปแล้ว
เงินที่หาได้นี่มันเหมือนฝันไปจริง ๆ
โจวหลานดูมีความสุขไปทั้งตัว ตอนกำลังจะลุกขึ้น ซูเถาก็รีบดึงเธอไว้
“พี่สาว ฉันมีข้าวสาร แป้งขาว ข้าวฟ่าง แล้วก็พุทราจีนอยู่เยอะ อยากได้ไหม?”
“รับรองว่าขายดีแน่นอน!”
หลังจากถูกซูเถาเสนอขายของอย่างหนักหน่วง โจวหลานที่เพิ่งได้เงินแปดหยวนในพริบตาก็มีไฟฮึดขึ้นมาเต็มเปี่ยม
