“ทำไมคุณถึงดื้อด้านขนาดนี้นะ”
“ฉันบอกคุณไปแล้วว่ามาตามหาคน ตามหาคนจริง ๆ”
“มีปัญญาชนที่ลงชนบทกับพวกเราหายตัวไปคนหนึ่ง”
“ทำไมคุณถึงไม่เชื่อกันเลย”
หานจื้อเหวินหมดแรงใจเหลือเกิน คำพูดพวกนี้เขาพูดไปหลายร้อยรอบแล้ว แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่เชื่อ
ชายร่างกำยำเชิดคอเถียงอย่างเดือดดาล “โกหกทั้งที ยังไม่รู้จักคิดข้ออ้างให้ดีเลย”
“ลูกสาวฉันเพิ่งอายุ 10 ขวบ อย่างน้อยต้องอายุ 15 ถึงจะสมัครลงชนบทได้”
“ปัญญาชนที่ลงชนบทอายุ 15 ยังไงก็ต้องสูงกว่าลูกสาวฉันสิ”
แววสงสัยในดวงตาของชายร่างกำยำปิดไม่มิด
ชาวบ้านใจดีที่ช่วยกันจับหานจื้อเหวินมาส่งต่างพากันคล้อยตาม
แต่ละกองผลิตมีปัญญาชนที่ลงชนบทกันทั้งนั้น ทุกคนสูงกว่าลูกสาวของชายร่างกำยำทั้งนั้น
หานจื้อเหวินเถียงคนจำนวนมากขนาดนี้ไม่ไหว จึงได้แต่กวาดตามองหาคนช่วย พอเห็นซูเถายืนอยู่ข้าง ๆ ก็ยื่นมือจะคว้าแขนเสื้อเธอ แต่ถังจิ่งสิงขยับมาขวางไว้โดยไม่ให้เป็นที่สังเกต
ผู้ชายจะมาจับเนื้อต้องตัวผู้หญิงได้ยังไง
ถึงซูเถาจะยังเด็ก แต่เธอก็เป็นผู้หญิงนะ
เมื่อเห็นถังจิ่งสิงขวางซูเถาไว้ หานจื้อเหวินก็ชะโงกหน้าตะโกนเรียก “ซูเถา ช่วยพูดให้ฉันหน่อยสิ”
ซูเถาดูเรื่องสนุกจนพอใจแล้ว จึงเดินไปกลางฝูงชน เธอมองหญิงสาวที่มีรูปร่างพอ ๆ กับตัวเอง ก่อนจะอดถอนหายใจไม่ได้
ตัวเองยังสูงไม่เท่าเด็กผู้หญิงอายุ 10 ขวบเลย ดูท่าต้องบำรุงร่างกายสักหน่อยแล้ว
“สวัสดีค่ะ ฉันเป็นปัญญาชนที่มาลงชนบท อายุ 15 ปีค่ะ”
“เมื่อกี้ฉันพลัดหลงกับคนอื่นค่ะ”
ในยุคนี้คนส่วนใหญ่นับอายุแบบบวกหนึ่ง ซูเถาบอกว่าอายุ 15 ทุกคนจึงเข้าใจว่าเป็นอายุแบบบวกหนึ่ง
