ไม่มีทางเลือก ตำรวจหนุ่มจึงต้องทำเรื่องดีให้ถึงที่สุด พาคนทั้งกลุ่มไปส่งที่หมู่บ้านตระกูลหลิ่ว
โชคดีที่ตอนนี้ยังไม่มีการตรวจรถบรรทุกเกินจำนวน ไม่อย่างนั้นตรวจทีไรก็จับได้แน่
หมู่บ้านตระกูลหลิ่วไม่เคยมีตำรวจมาเยือน พอเห็นรถของสถานีตำรวจ ทุกคนก็พากันวิ่งออกมาจากไร่นา ยืนมุงดูความครึกครื้นอยู่ห่าง ๆ
“หัวหน้ากอง เกิดอะไรขึ้น ทำไมตำรวจถึงมาด้วยล่ะ?”
หลี่อวี้อิง ภรรยาของเสมียน เดินเข้าไปใกล้หัวหน้ากองแล้วกระซิบถาม มือยังไม่ลืมดึงหวังชุ่ยฮวา ภรรยาของหัวหน้ากองมาด้วย
หัวหน้ากองเองก็มีสีหน้าฉงน เขาไม่เห็นได้ยินว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในหมู่บ้านเลยนี่นา
“พี่สะใภ้ รู้ไหมว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
หัวหน้ากองหันไปถามหลี่ซิ่วหลาน ภรรยาของผู้ใหญ่บ้านที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
หลี่ซิ่วหลานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วรู้สึกว่าคงมีแต่เรื่องนั้น
“เมื่อเช้าสามีฉันไปที่สหกรณ์ประชาคมเพื่อรับเยาวชนผู้มีการศึกษา แต่กลับไม่ได้พาใครกลับมาสักคน”
“พวกเธอว่าใช่เรื่องนี้หรือเปล่า?”
“ไม่ได้พากลับมาเหรอ?” หลี่อวี้อิงร้องเสียงหลง “หรือว่าหนีไปแล้ว!”
เสียงของหลี่อวี้อิงดังไม่น้อย คนรอบข้างได้ยินกันหมด ชั่วพริบตาแถวนั้นก็อื้ออึงขึ้นมา
เยาวชนผู้มีการศึกษาหนีไปถือเป็นเรื่องใหญ่ อย่าให้พวกเขาพลอยเดือดร้อนไปด้วยเลย
เดาไปก็ไม่มีประโยชน์ หัวหน้ากองขมวดคิ้วเดินไปทางที่จอดรถ
เมื่อเข้าไปใกล้ หัวหน้ากองถึงได้เห็นสัมภาระกองเต็มหลังคารถ ส่วนในรถก็มีคนเบียดกันแน่น
นี่ไม่ใช่เยาวชนผู้มีการศึกษาที่หายไปหรอกหรือ!
ตำรวจหนุ่มลงจากรถมาอธิบายสถานการณ์ให้หัวหน้ากองฟังเบา ๆ หัวหน้ากองหลับตาลงแน่นอยู่ครู่หนึ่ง
