เมื่อเห็นคนสองคนกอดกันอยู่หลังเนินดิน เปลวไฟแห่งความอยากรู้อยากเห็นที่เพิ่งลุกโชนในใจของบรรดาป้าก็ถูกสาดน้ำเย็นใส่จนมอดดับ เหลือเพียงโทสะที่ปะทุขึ้นมาแทน
ป้าซิ่วหลานหน้าซีดเขียว ส่วนหลิวเฟิ่งเสียยังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น ป้าอวี้อิงจึงขยับตัวหลบไปด้านข้างอย่างเงียบ ๆ เปิดทางให้หลิวเฟิ่งเสีย
หลิวเฟิ่งเสียไม่เข้าใจสถานการณ์ พอเห็นสีหน้าของทุกคนก็รู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ สมองมึนงง ก่อนจะเดินเข้าไปโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเห็นชัดว่าคนที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเซวียลี่เจวียนอย่างหวานชื่นคือกู้เว่ยกั๋ว เสียงรอบตัวพลันเงียบหายไปจากโสตประสาทของหลิวเฟิ่งเสีย ดวงตาก็พร่ามัวขึ้นมา
คราวก่อนซูเถาพลาดเรื่องสนุกไปแล้ว ครั้งนี้เธอจึงฉวยจังหวะที่ทุกคนไม่ทันสังเกต ย่อตัววิ่งไปอย่างรวดเร็ว แต่ตอนที่กำลังจะได้เห็นเต็มตา กลับถูกมือหนึ่งคว้าคอเสื้อด้านหลังไว้แน่น เหลือเพียงขาสั้น ๆ สองข้างที่เตะสะเปะสะปะอยู่กับที่
ป้าซิ่วหลานเป็นคนแรกที่ตั้งสติได้ เธอสูดหายใจลึก กำหมัดแน่น ระงับความอยากระเบิดอารมณ์เดี๋ยวนั้นไว้ ก่อนหันมากระซิบกับซูเถาและคนอื่น ๆ ว่า “วันนี้พวกเราไม่เก็บผักป่ากันแล้ว ไว้วันหลังค่อยมาใหม่”
“ซูเถา โจวหลาน เซี่ยเนี่ยนอัน เรื่องวันนี้อย่าเอาไปพูดข้างนอกนะ”
เซี่ยเนี่ยนอันพยักหน้า “ป้าสบายใจได้ค่ะ พวกเราจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น”
“พวกเราก็ไม่ได้มาที่นี่เหมือนกันค่ะ”
เซี่ยเนี่ยนอันวางซูเถาที่หิ้วอยู่ลง แล้วหยิบไม้สี่ท่อนขนาดพอเหมาะจากฟืนที่เก็บมา ส่งให้ป้าทั้งสาม ไม้ทั้งสี่ท่อนดูออกทันทีว่าเตรียมมาอย่างตั้งใจ
