พ่อซูกับแม่ซูสบตากัน ต่างตกตะลึงกับคำพูดของซูจื้อหย่วน
“ซูจื้อหย่วน พูดบ้าอะไรของลูก”
“พ่อ ผมไม่ได้พูดบ้า ผมพูดจริง” ซูจื้อหย่วนพูดเสียงต่ำ แต่หนักแน่นอย่างยิ่ง
พ่อซูหันไปมองภรรยาเพื่อขอความช่วยเหลือ กลับได้รับสายตารังเกียจจากเธอ
แม่ซูไม่สนใจลูกชาย หันไปยิ้มให้หยางเสี่ยวฉิน “เสี่ยวฉิน อย่าไปถือสาเจ้าตัวแสบนี่เลย”
“มีอะไรคุยกับน้าได้ ในบ้านนี้เขายังตัดสินใจอะไรเองไม่ได้หรอก”
เสิ่นเหวินฟางคิดว่า ต้นตอของเรื่องนี้คงมาจากสิ่งที่หยางเสี่ยวฉินพูด ต้องเป็นเรื่องที่ไปแตะจุดเดือดของลูกชายเข้าแน่
ไม่อย่างนั้นลูกชายคงไม่แสดงปฏิกิริยารุนแรงขนาดนี้
เธอเองก็อยากรู้ว่า หยางเสี่ยวฉินพูดอะไรถึงทำให้ลูกชายมีท่าทีเช่นนี้
ซูจื้อหย่วนทำท่าจะพูดอะไร แต่ถูกแม่ซูถลึงตาใส่จนต้องเงียบไป เขาหันไปมองซูเถาแล้วก้มหน้าลงอย่างขุ่นเคือง
หยางเสี่ยวฉินเหลือบมองซูเถาที่ทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะหันไปยิ้มหวานให้แม่ซู
เมื่อถูกทั้งสองคนมองแบบนั้น ต่อให้ซูเถาจะซื่อบื้อแค่ไหนก็รู้แล้วว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับเธอแน่
แต่เธอกำลังจะลงชนบท อีกไม่นานก็จะเป็นน้องสามีในอนาคตของหยางเสี่ยวฉินแล้ว เธอไม่น่าจะไปขวางทางอะไรอีกฝ่ายนี่นา?
ระหว่างที่ซูเถากำลังคาดเดา หยางเสี่ยวฉินก็เอ่ยขึ้น
“น้าคะ น้องเสี่ยวเถากำลังจะลงชนบทแล้วใช่ไหมคะ?”
“ฉันได้ยินจื้อหย่วนบอกว่า เธอเพิ่งสอบได้ตำแหน่งผู้ประกาศข่าว ฉันคิดว่าในเมื่อเธอกำลังจะลงชนบท งานนั้นก็น่าจะยกให้ฉันได้”
“ต่อไปเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกัน ยกงานให้ฉัน ยังดีกว่าปล่อยให้คนนอกได้ไปไม่ใช่เหรอคะ”
