กลัวซูเถาจะพูดอะไรไม่น่าเชื่อถือไปมากกว่านี้ หลิวเฟิ่งเสียจึงรีบพูดขัดขึ้นมา
“ฉันก็ไม่ได้ชอบกู้เว่ยตงขนาดนั้นหรอก แค่รู้สึกว่าทำให้คนที่บ้านต้องพลอยขายหน้าไปด้วย”
เรื่องแบบนี้พูดกับคนในครอบครัวไม่ถนัด หลิวเฟิ่งเสียจึงได้แต่เล่าให้ซูเถาฟัง
“จะขายหน้าตรงไหนกัน นี่ก็ไม่ใช่ความผิดของพี่สักหน่อย คนที่น่าอายคือกู้เว่ยตงต่างหาก”
ซูเถาคิดว่าผู้ใหญ่บ้านคงยังไม่ได้เล่าเรื่องเมื่อคืนให้คนในครอบครัวฟัง ไม่อย่างนั้นคนบ้านเขาจะยังโกรธกันขนาดนี้ได้ยังไง
เรื่องนี้คุณตาแก่จัดการได้ไม่สวยเอาเสียเลย
ผลงานอันยิ่งใหญ่ของเธอจะไม่ให้คนเอาไปพูดต่อได้ยังไง!
“พี่เฟิ่งเสีย ฉันจะเล่าให้ฟังนะ…”
ซูเถาเล่าเรื่องเมื่อคืนไปพลางทำท่าประกอบไปพลาง แถมยังขยายความดีความชอบของตัวเองเสียใหญ่โต ฟังจนหลิวเฟิ่งเสียอ้าปากค้างไม่หุบ
“ซูเถา ไอ้กู้เว่ยตงนั่นโดนเธอถีบกระเด็นจริง ๆ เหรอ?”
สามคนที่แอบฟังอยู่ตรงหน้าประตูทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงผลักประตูเข้ามา หลี่ซิ่วหลานรีบถามขึ้นก่อน
ซูเถาเชิดคางขึ้นอย่างภาคภูมิใจแล้วตอบว่า “แน่นอน ตำรวจบอกว่าฉันถีบเขากระเด็นไปตั้ง 10 เมตร”
พูดพลางชูนิ้วเป็นเลขสิบ
“10 เมตร!”
ทั้งสี่คนร้องขึ้นพร้อมกัน
พวกเธอคิดว่าด้วยรูปร่างเล็ก ๆ ของซูเถา อย่างมากก็คงถีบคนล้ม ไม่คิดเลยว่าเธอจะถีบกระเด็นได้จริง ๆ!
ทนความอยากรู้อยากเห็นของทุกคนไม่ไหว ซูเถาจึงเล่าอีกรอบ คราวนี้ยังทำท่าประกอบด้วย กระทั่งเสียงระฆังเลิกงานดังขึ้น พวกเธอถึงยอมปล่อยซูเถาไปอย่างอาลัยอาวรณ์
ที่ซูเถามาบ้านผู้ใหญ่บ้าน นอกจากจะมาเยี่ยมหลิวเฟิ่งเสียแล้ว อีกอย่างก็เพื่อใช้ปากคนอื่นช่วยแพร่ผลงานอันยิ่งใหญ่ของเธอออกไป
