ตอนซ่งเสี่ยวอวิ๋นเพิ่งเข้ามา โจวหลานก็ตามเข้าห้องมาด้วย แล้วจัดการย้ายที่นอนของตัวเองไปไว้ตรงหัวเตียงเตาอุ่นอย่างคล่องแคล่ว ห่างไปครึ่งเมตร
ซูเถากลอกตา ก่อนจะปีนขึ้นเตาอุ่นไปขยับที่นอนของตัวเองใหม่
เห็นนางเอกอยู่ที่ไหน ความครึกครื้นก็ขาดไม่ได้จริง ๆ เพิ่งมาถึงก็เล่นงานพวกเธอเสียแล้ว ไม่รู้ต่อไปจะมีเรื่องอะไรอีกบ้าง
ทั้งสามคนปูที่นอนเสร็จก็เอนตัวลงนอนทั้งชุด ถอนหายใจพร้อมกันด้วยความโล่งอก การเดินทางระหกระเหินตลอดหลายวันนี้ทำให้เหนื่อยแทบขาดใจ ตอนที่ทั้งสามกำลังจะหลับ ก็ได้ยินเสียงโจวหลานตะโกนขึ้นมา
“รีบไปเบิกเสบียงกันเร็วเข้า อย่ามาทำให้พวกเราต้องคอยแบ่งให้ทีหลังล่ะ”
จางหย่าจือขมวดคิ้วพลิกตัวไปมา ดิ้นรนอยู่นานกว่าจะลุกขึ้นได้
ซูเถาที่มีสีหน้าอ่อนล้ายกมือขยี้หน้าแรง ๆ พอคิดจะลงจากเตียง ก็หันกลับไปรื้อค้นกระเป๋าของตัวเองอยู่พักใหญ่ กว่าจะเตรียมใส่รองเท้าออกไป
เซี่ยเนี่ยนอันเห็นเข้าก็รีบใส่กุญแจล็อกหีบเดินทางของตัวเองทันที
เมื่อเห็นท่าทางของทั้งสอง จางหย่าจือคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแอบหยิบถุงใบเล็กออกมาจากกระเป๋า แล้วรีบซ่อนไว้ในอกเสื้อ
เซวียลี่เจวียนเห็นท่าทางของทั้งสามก็กลอกตา
“ระแวงใครกันล่ะ?”
ซูเถาที่เพิ่งลงจากเตียงได้ยินก็รีบตอบทันที “ใครเป็นขโมย ฉันก็ระแวงคนนั้นแหละ!”
“ฮึ!”
เซวียลี่เจวียนโมโหจนหันหลังให้แล้วหลับตาลง ไม่คิดจะมองพวกเธออีก
ตอนที่กำลังจะลงจากเตียงเมื่อครู่นี้ จู่ ๆ ซูเถาก็นึกขึ้นได้ว่าเหตุใดจางหย่าจือกับเซี่ยเนี่ยนอันถึงสนิทกัน
ตามเหตุผลแล้ว คนเก่งระดับตัวแม่ในวันสิ้นโลกอย่างเซี่ยเนี่ยนอันไม่น่าจะเปิดใจให้ใครง่าย ๆ ในนิยายบอกไว้ว่า วันที่จางหย่าจือเพิ่งมาถึง เงินของเธอถูกขโมยไปจนหมด ท้ายที่สุดทั้งหัวหน้าหมู่บ้านกับหัวหน้าหน่วยผลิตก็มาช่วยหา แต่ก็ยังไม่เจอ
