“ซูเถา ไม่ต้องกลัวนะ ช่วงเร่งเพาะปลูกอีกประมาณ 10 วันก็จบแล้ว ทำงานตามป้าพวกนี้ไป รับรองไม่ปล่อยให้หนูเหนื่อยเกินไปหรอก”
หลี่ซิ่วหลานมองซูเถาที่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก แล้วยิ้มปลอบอย่างหวังดี
“มีป้า ๆ อยู่ด้วยตั้งหลายคน ฉันไม่กลัวหรอกค่ะ!”
จะพูดอะไรได้อีกล่ะ!
ปัญญาชนลงชนบทก็เพื่อให้มาทำนา ไม่ทำงานแล้วจะให้ทำอะไร?
คงไม่ใช่ว่าทุกคนทำงานกันอยู่ ส่วนเธอกลับไปนอนหรอกนะ!
หน้าหนาเกินไปแล้วมั้ง!
ทั้งสองกำลังทำงานกันอยู่ หลี่อวี้อิงก็วิ่งเหยาะ ๆ เข้ามา หยุดยืนข้างหลี่ซิ่วหลาน ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“พวกปัญญาชนชายถูกหลิวซื่อพาไปตักมูลสัตว์แล้ว คราวนี้ได้ลำบากกันแน่ ส่วนซ่งเสี่ยวอวิ๋นถูกจัดให้ไปพลิกดิน ดูท่าทางอ้อนแอ้นของเธอสิ พอหมดช่วงเร่งเพาะปลูก คงแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงแล้ว”
“ฮึ เธอตัวติดกับเซวียลี่เจวียนทุกวัน เรื่องของสองคนนั้นเธอต้องรู้แน่ ๆ”
“ยิ้มทุกวันเหมือนตุ๊กตาเลย คงไม่ใช่คนดีอะไรหรอก”
“ฮึ กล้ารังแกลูกสาวฉันดีนัก!” หลี่ซิ่วหลานถุยน้ำลายอย่างโมโห
ซูเถาก้มหน้าทำงานอย่างว่าง่าย ทำเป็นไม่ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบของทั้งคู่ พวกเธอคุยกันได้ไม่กี่คำ หลี่อวี้อิงก็กลับไปทำงาน
ดูท่าเธอจะเดาไม่ผิด วันนี้หัวหน้ากองผลิตตั้งใจทำแบบนี้จริง ๆ แถมเจียงหมิงหย่วนกับคนอื่น ๆ ก็ดันไปชนเข้ากับปากกระบอกปืนพอดี ดูจากท่าทีของชาวบ้านแล้ว คงรู้เรื่องกันหมด
หลี่ซิ่วหลานมองซูเถาที่ขยันทำงานอยู่ด้านหลัง ยิ่งมองก็ยิ่งชอบ ทั้งฉลาดทั้งคล่องแคล่ว แถมยังไม่พูดมาก ถ้าลูกสาวของเธอคล่องแคล่วได้สักครึ่งหนึ่งของซูเถา เธอก็คงไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว
