ระหว่างที่ถังจิ่งสิงปั่นจักรยานกลับเรือนพักปัญญาชน ห่อสัมภาระใบใหญ่ที่วางอยู่ท้ายรถก็ดึงดูดสายตาใคร่รู้จากผู้คนไม่น้อย
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะถังจิ่งสิงหน้าตาดีเกินไป หรือเพราะเขาดูเคร่งขรึมเกินไปกันแน่ ถึงไม่มีใครกล้าเข้ามามุงดู ได้แต่ยืนมองอยู่ไกล ๆ พร้อมกระซิบกระซาบกัน
“อุ๊ย! ปัญญาชนถัง คุณซื้อจักรยานแล้วเหรอ?”
“ห่อนั่นเป็นของที่ครอบครัวส่งมาให้หรือ?”
หลังเลิกงาน โจวหลานที่ขุดดินอยู่ในลานมาตลอดก็เห็นถังจิ่งสิงขี่จักรยานกลับมาทันที
“ไม่ใช่ของผมครับ”
ถังจิ่งสิงหยุดรถแล้วอธิบายสั้น ๆ เท่านั้น ไม่ได้พูดอะไรต่อ
เมื่อเห็นท่าทางที่ไม่อยากพูดอะไรมากของถังจิ่งสิง โจวหลานก็ไม่ซักต่อ เธอปักพลั่วลงดินอย่างแรง เช็ดมือกับเสื้อผ้าไปพลาง เดินมาทางเขาไปพลาง
“ฉันช่วยยกไหม? ดูท่าคุณคงยกคนเดียวไม่ไหว” โจวหลานเหลือบมองจักรยานที่ล้อหน้าถูกห่อสัมภาระกดจนลอยขึ้น
ถังจิ่งสิงรู้ดีว่าห่อนั้นหนักแค่ไหน เขายกคนเดียวไม่ไหวแน่นอน จึงไม่ได้ปฏิเสธ
“ได้ครับ รบกวนปัญญาชนโจวด้วย”
พอทั้งสองย้ายห่อสัมภาระเข้าไปไว้ในระเบียง คนอื่น ๆ ถึงค่อย ๆ เดินเข้ามาถามว่าต้องการให้ช่วยไหม
โจวหลานรับเงินสิบเหมาไปจากมือถังจิ่งสิง ส่งเสียงหึอย่างไม่พอใจ กลอกตามองบน ก่อนหันกลับไปขุดดินต่อ
ถังจิ่งสิงส่ายหน้าปฏิเสธ ไม่คิดจะพูดคุยกับคนเหล่านั้นต่อ เขาจอดจักรยานไว้ใต้ระเบียงแล้วล็อกกุญแจอย่างคล่องแคล่ว
เซวียลี่เจวียนบิดเอวกลับไปที่โรงอาหาร พลางก่อไฟพลางบ่นกับซ่งเสี่ยวอวิ๋นว่า “พี่อวิ๋น พี่ว่าในห่อนั่นเป็นของใคร?”
