“ไม่แพง ไม่แพงเลย”
ซูเถามองท่าทางเอาแต่ใจของเหวินจิ้งแล้วยิ้ม พลางส่ายนิ้วชี้ไปมา ก่อนจะเริ่มนับนิ้วคำนวณ
“ตอนสร้างบ้านหลังนี้ ฉันจ่ายไป 55 หยวน ส่วนเฟอร์นิเจอร์ก็เห็นอยู่ว่าเป็นของทำใหม่ทั้งหมด น่าจะจ่ายไปประมาณ 50 หยวน รวมกันก็ 105 หยวน”
“ฉันก็ไม่คิดเงินคุณเกินไปหรอก ยังไงฉันก็ใจกว้างมากอยู่แล้ว”
“เอาอย่างนี้ ฉันปัดเศษให้เลย บ้านพร้อมเฟอร์นิเจอร์คิดแค่ 500 หยวนก็พอ”
“คุณว่าเท่าไหร่นะ?” เหวินจิ้งคงตกใจมากจนเสียงแหลมแทบแตก
“บ้านผุพังแบบนี้ คุณยังจะเรียกฉันตั้ง 500 หยวน?”
“นี่คุณปล้นกันชัด ๆ!”
ซูเถาทำหน้าเหมือนอีกฝ่ายไม่รู้จักกาลเทศะ พลางส่ายหน้า
“จะเรียกคุณ 500 หยวนได้ยังไง คุณคิดมากไปแล้ว”
เหวินจิ้งแค่นเสียง “ฮึ รู้จักประเมินตัวเองก็ดีแล้ว”
“บ้านฉันไม่ได้มีค่าแค่ 500 หยวนหรอกนะ” ซูเถาเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
“ฉันติดหนังสือพิมพ์กันฝุ่นไว้ทั่วบ้าน เสียเวลาไปตั้งหลายวัน! ค่าหนังสือพิมพ์ 2 เหมา ฉันไม่คิดเงินคุณก็แล้วกัน”
“บ้านหลังนี้ใช้เวลาสร้างตั้ง 13 วัน ถ้าฉันต้องสร้างใหม่ ก็ต้องเสียเวลาอีก 13 วัน เท่ากับฉันต้องอดอยู่บ้านของตัวเองไป 13 วัน”
“ทุกวันที่เสียไปส่งผลต่ออารมณ์ของฉัน เพราะงั้นคุณต้องชดเชยค่าเสียหายทางจิตใจให้ฉันด้วย”
“แต่ไม่ต้องห่วง เงินส่วนนี้ไม่มากหรอก” ซูเถายิ้มพลางยกมือห้ามเหวินจิ้งที่กำลังจะพูด
“พวกเราก็เป็นปัญญาชนที่ลงชนบทเหมือนกัน คิดราคามิตรภาพให้แล้ว”
“วันละ 5 หยวนก็แล้วกัน 13 วันก็ 65 หยวน”
“รวมแล้วคุณต้องจ่ายฉัน 565 หยวน”
