เซี่ยเนี่ยนอันเห็นด้วยกับความคิดของซูเถามาก แม้สายตาที่เธอมองหวังต้าชวนจะดูใสซื่อ ไม่เหมือนคนที่จะทำเรื่องไม่ดี แต่ใครจะรับประกันได้ว่าเขาเป็นคนดีจริง ๆ ล่ะ!
โจวหลานไม่ได้เก่งกาจเหมือนเธอและปกป้องตัวเองได้ หากโจวหลานเป็นอะไรขึ้นมาคงสายเกินไป ให้เจ้าตัวระวังตัวไว้หน่อยจะดีกว่า
คิดได้อย่างนั้น เธอก็เหลือบมองซูเถาอีกครั้ง รู้สึกว่าอีกฝ่ายก็ไม่ใช่คนซื่อ ๆ เหมือนกัน ต้องเคยไปตลาดมืดกับโจวหลานแน่ ๆ
ทั้งที่ตัวเองก็ทำท่าทางจริงจังเสียเต็มประดา ยังจะไปเตือนคนอื่นอีก
เพื่อเตือนสติทั้งสองคน เซี่ยเนี่ยนอันจึงนำเรื่องคนเลว ๆ ที่เคยเจอในชาติก่อนมาแต่งเติมให้สนุกขึ้น แล้วเล่าให้ทั้งคู่ฟัง
เดิมทีเธอตั้งใจให้สองคนนี้รู้จักระแวดระวังตัวและเตรียมรับมืออันตรายไว้ก่อน ใครจะรู้ว่าพวกเธอกลับฟังเป็นเรื่องซุบซิบสนุก ๆ ไปเสียได้
ซูเถาป่วยอยู่ ไม่อย่างนั้นคงเริ่มแทะเมล็ดแตงโมไปแล้ว
ขณะที่ทุกคนกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงทุบประตูห้องของซูเถาดังโครมคราม
“อากาศแบบนี้ ใครจะมาหากันนะ?” ซูเถามีสีหน้าฉงน
โจวหลานสวมรองเท้า เตรียมจะไปเปิดประตู แต่เซี่ยเนี่ยนอันขวางไว้ก่อน
“ฉันไปเอง”
เซี่ยเนี่ยนอันรู้อยู่แล้วว่าใครมา ต่อให้อีกฝ่ายไม่พูดสักคำ เธอก็รู้ได้จากกลิ่นอายว่าเป็นใคร
เธอเดินไปที่ประตูอย่างเงียบเชียบ พอเสียงเคาะหยุดลงชั่วขณะ ก็รีบเปิดประตูแล้วถีบออกไปเต็มแรง
กว่าเฝิงเว่ยกั๋วจะรู้ตัว เขาก็ลอยกระเด็นไปนอนอยู่กลางสายฝนแล้ว
เขารู้สึกว่าความเจ็บครั้งนี้หนักกว่าตอนที่ซูเถาโยนเขาเสียอีก