“พี่ชายคนที่สามของเธอเป็นคนที่ได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยแรงงาน ชาวนา และทหารใช่ไหม?” โจวหลานถามอย่างสงสัย
ซูเถาพยักหน้า สีหน้าเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
เมื่อเห็นเช่นนั้น ถังจิ่งสิงก็แอบสาบานกับตัวเองว่าจะตั้งใจเรียนให้ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ด้อยกว่าพี่ชายคนที่สามของซูเถา เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนที่ไม่เคยพบหน้า แค่รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาในอก
ตอนทำงาน โจวหลานรู้สึกว่ามือถูกพันไว้แล้วไม่สะดวก พอเห็นว่าทุกคนไม่ทันสังเกต เธอก็แอบแกะผ้าพันแผลออก หยางหย่งที่สายตาเฉียบคมเหลือบมองจากระยะไกล มุมปากกระตุกไม่หยุด
“ปัญญาชนสาวโจว แผลของเธอหายเร็วดีนะ” หยางหย่งเอ่ยแซว
มือที่ซูเถากำลังจัดหนังสือพิมพ์ชะงัก เธอเงยหน้ามองมือของโจวหลาน
บนมือหยาบกร้านจากการทำงานหนักในไร่นั้น มีแผลอยู่เพียงตรงหลังมือ เป็นแค่รอยถลอกยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรเท่านั้น
เพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้มองผิด ซูเถาจึงเดินเข้าไปจับมือโจวหลาน พลิกดูซ้ำไปมาถึงสองรอบ สุดท้ายก็พบว่ามีแค่รอยถลอกตรงนั้นจริง ๆ
ตอนนี้ซูเถาอยากจะทุบหวังต้าชวนสักที บ้านไหนกันที่แค่ถลอกนิดเดียวก็พันมือเสียเหมือนห่อบ๊ะจ่าง!
ถ้าแผลหนักกว่านี้ คงต้องห่อเป็นมัมมี่เลยหรือไง?
โจวหลานหัวเราะแห้ง ๆ อย่างกระอักกระอ่วน “ฉันก็บอกแล้วว่าไม่ต้องพัน แต่พี่ชวนไม่ยอม ฉันก็ปฏิเสธน้ำใจเขาไม่ลงน่ะ”
“แล้วทำไมไม่บอกพวกเราให้ชัดเจนล่ะ?” ซูเถาพูดอย่างจนใจ
“ฉันบอกแล้ว แต่พวกเธอไม่เชื่อ” โจวหลานแบมือ สีหน้าจนปัญญา
