“แน่นอนว่าไม่”
หร่วนเนี่ยนเนี่ยนหัวเราะเบา ๆ “ฉันเป็นคนแค้นฝังใจ ใครตบฉันหนึ่งฉาด ฉันก็ต้องหักแขนมันให้ได้ถึงจะจบ”
เฉินหลินกะพริบตาปริบ ๆ “แล้วเธอจะทำยังไง?”
“มีแค้นก็ต้องชำระ”
เสียงของหร่วนเนี่ยนเนี่ยนชะงักไปเล็กน้อย “เฮ่ออวี่ยังอยู่ที่บริษัทไหม?”
“หา?” เฉินหลินไม่คิดว่าเธอจะเปลี่ยนเรื่องเร็วขนาดนี้ พอได้สติก็รีบพยักหน้า “ยังอยู่”
“ฉันไปหาเขา”
หร่วนเนี่ยนเนี่ยนลุกขึ้นเดินออกไป
เรื่องนี้ต้องให้เฮ่ออวี่ลงมือเท่านั้น
“ตกลงเธอจะทำอะไรกันแน่?” เฉินหลินคันไม้คันมืออยากรู้จนทนไม่ไหว รีบก้าวตามเธอไป
“เดี๋ยวก็รู้เอง”
ทั้งสองเดินคุยหัวเราะกันไปทางลิฟต์
แต่พอเพิ่งเลี้ยวผ่านหัวมุมทางเดิน จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง…
“เฟิง…เนี่ยนเนี่ยน?”
ฝีเท้าของหร่วนเนี่ยนเนี่ยนหยุดกึก
ชั่วขณะนั้น ราวกับมีบางสิ่งตรึงร่างเธอไว้ แผ่นหลังแข็งทื่อ ปลายนิ้วเย็นเฉียบ
ในหัวเหมือนมีบางอย่างระเบิดขึ้นข้างหู
เฟิงเนี่ยนเนี่ยน
ชื่อนี้…
ไม่มีใครเรียกเธอเช่นนี้มานานแสนนานแล้ว
นานจนเธอคิดว่าตัวเองหลุดพ้นจากตัวตนชื่อนั้น รวมถึงอดีตช่วงนั้นได้อย่างสิ้นเชิงแล้ว
“เจียวเจียว?”
เฉินหลินสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงก้มมองเธอ “ทำไมหน้าซีดขนาดนี้? เป็นอะไรไป?”
“ไม่เป็นไร” เสียงของหร่วนเนี่ยนเนี่ยนตึงเครียดเล็กน้อย “เราไปกันเถอะ”
แต่ชายคนนั้นวิ่งตามมาทันแล้ว
เขาเป็นชายหนุ่ม สวมสูทสีเทาเข้มที่ดูไม่ค่อยพอดีตัว เนกไทผูกอย่างประณีต ทว่ารัดแน่นเกินไปจนใต้ลูกกระเดือกปูดเป็นก้อนเล็ก ๆ มองแล้วน่าอึดอัดแทน
