หร่วนเนี่ยนเนี่ยนกับเฉินหลินตามหาเฮ่ออวี่จนเจอ ตอนนั้นเขากำลังซ้อมแกะโน้ตเพลงอยู่ในห้องซ้อม
ประตูเปิดแง้มไว้ครึ่งหนึ่ง เสียงกลองกับเสียงเบสประสานกันดังกระหึ่มออกมาจากด้านใน เฮ่ออวี่ยืนอยู่หน้าไมโครโฟน มือข้างหนึ่งจับหูฟังไว้ พลางฮัมทำนองท่อนหนึ่งเสียงเบา
เธอกำลังจะเคาะประตู แต่หางตากลับเหลือบเห็นคนอีกคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงมุมห้อง
ชายหนุ่มเอนกายพิงพนักเก้าอี้อยู่หน้าโต๊ะประชุมทรงสี่เหลี่ยมตัวเล็ก ไขว่ห้างพลางก้มมองโทรศัพท์
เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำทั้งชุด กระดุมที่ข้อมือเป็นไพลินเม็ดหนึ่ง ขับเน้นบุคลิกสูงศักดิ์และเย็นชาให้เด่นชัด
ฮั่วหลิ่น?!
หร่วนเนี่ยนเนี่ยนชะงักมือที่กำลังจะเคาะประตู ก่อนถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
ส่วนเฉินหลินที่อยู่ข้าง ๆ ยกมือเคาะประตูโดยไม่คิดอะไรทั้งนั้น
ฮั่วหลิ่นเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ สบตากันพอดี มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย
หร่วนเนี่ยนเนี่ยน: “……”
เฮ่ออวี่ได้ยินเสียงเคาะประตูเช่นกัน จึงเหลือบมองไปทางนั้นอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย
พอเห็นว่าคนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือหร่วนเนี่ยนเนี่ยน เขาก็รีบถอดหูฟังออกทันที สีหน้าหงุดหงิดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มประจบประแจง ก่อนก้าวยาว ๆ เข้าไปหา
“ผู้จัดการหร่วนคนเก่ง มาทำอะไรถึงนี่ครับ มีคำสั่งอะไรหรือเปล่า?”
หร่วนเนี่ยนเนี่ยนยืนอยู่ตรงประตู จะเข้าไปก็ไม่ใช่ จะถอยกลับก็ไม่เชิง
“เอ่อ...คุณทำงานต่อเถอะ เดี๋ยวฉันค่อยมาใหม่”
“อย่าเพิ่งสิ” เฮ่ออวี่เปิดประตูออกกว้าง “เข้ามานั่งก่อน ทางนี้ใกล้เสร็จแล้ว”
หร่วนเนี่ยนเนี่ยนยังไม่ทันตอบ เสียงทุ้มต่ำก็ดังมาจากมุมห้อง
