ที่ชวนให้ตื่นตะลึงยิ่งไปกว่านั้นคือ กองกำลังหลักของเผ่ากู่ตั้วลู่และเผ่าหลานถีแห่งหูเจี๋ยหาได้อยู่ ณ ด่านเซินโหลวไม่ ทว่าถูกเคลื่อนพลมาอย่างลับ ๆ ยังที่แห่งนี้เพื่อซุ่มโจมตีกองทัพพยัคฆ์พิโรธ
แม้ศึกนี้จะทำให้กองทัพหูเจี๋ยทั้งสองเสียหายหนักหน่วง แต่สถานการณ์ของแดนตะวันตกกลับย่ำแย่ลงเป็นลำดับ
เดิมคาดว่าการส่งสองกองกำลังชั้นยอดออกไป จะกวาดล้างกองทัพรวบรวมต่างแคว้นนอกด่านได้ราวพลิกฝ่ามือ ผู้ใดจะคาดคิดว่าจะตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ถึงเพียงนี้
เมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ ฉู่ซุ่ยเหลียงเป็นกังวลต่อกองทัพเกราะกร้าวทะเลทรายของเจียวเลี่ยซานยิ่งกว่า เนื่องจากหูเจี๋ยคาดการณ์ล่วงหน้าแล้วว่ากองทัพพยัคฆ์พิโรธจะออกด่าน เช่นนั้นย่อมไม่ละเลยกองทหารเกราะหนักระดับหัวกะทินี้
ขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าอันรีบร้อนดังมาจากนอกประตู “รายงานท่านแม่ทัพใหญ่ ด่านประตูเหล็กมีข่าวด่วน!”
เสียงนี้ทำให้โถงกลางที่เดิมเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ทวีความตึงเครียดขึ้นไปอีก ผู้คนต่างประสาทตึง เสมือนหัวใจลอยขึ้นไปอยู่ถึงลำคอ
ฉู่ซุ่ยเหลียงยื่นมือรับจดหมายลับหนาหนักมา ฉีกออกอย่างรวดเร็ว กวาดสายตาครู่หนึ่ง สีหน้ายิ่งทมึนหนัก
“เกิดสิ่งใดขึ้น? กองทัพข้าศึกเข้าโจมตีด่านประตูเหล็กรึ?” นายทหารชั้นผู้น้อยเฟิงปิ่งฉางรีบเอ่ยถาม
ฉู่ซุ่ยเหลียงส่ายศีรษะน้อย ๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “กองทัพเกราะกร้าวทะเลทรายถูกซุ่มโจมตีที่ปากทางเปี่ยนตาน เสียหายอย่างหนัก ยามนี้ถูกกองพลอินทรีทองและกองทัพจำนวนหนึ่งจากซีอวี้ล้อมต้อนอยู่กลางหุบเขา!”
“อา...”
ผู้คนที่ได้ฟังต่างสูดลมหายใจเย็นเยียบ โถงกลางเต็มไปด้วยเสียงวิพากษ์วุ่นวาย
ฉู่ซุ่ยเหลียงกวาดสายตาเยือกเย็นมองทั่วทั้งโถง ผู้คนจึงเงียบเสียงลง
“ล้วนเป็นเพราะข้าแม่ทัพประมาทศัตรู!” ฉู่ซุ่ยเหลียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แต่เดิมคิดว่าการส่งกองทัพเกราะกร้าวทะเลทรายและกองทัพพยัคฆ์พิโรธออกไป จะกวาดล้างกองทัพรวบรวมต่างแคว้นในซีอวี้ได้ดั่งพลิกฝ่ามือ แต่ไม่ได้ส่งคนไปสืบเสาะสถานการณ์นอกด่านล่วงหน้า ถึงได้ถูกผู้อื่นเล่นงาน!”
