อู๋ถังคาดไม่ถึงว่าหลิงชวนจะตอบเช่นนี้ ใบหน้าเผยโทสะเล็กน้อย ตวาดว่า "ใช้วิธีต่ำช้าเช่นนี้ ถึงเจ้าจะฆ่าข้าได้ ก็ต้องกลายเป็นตัวตลกในยุทธภพ!"
หลิงชวนยิ้มน้อย ๆ แววตาฉายแววเฉลียวฉลาด "เจ้าคิดมากไป ข้ามิใช่คนยุทธภพ เหตุใดต้องทำตามกฎยุทธภพที่พวกเจ้ายึดถือ? ยิ่งไปกว่านั้น ในสายตาข้า กฎเกณฑ์ใดก็สู้ชีวิตมิได้!"
กล่าวจบ หลิงชวนยกมือช้า ๆ ตะเบ็งเสียงว่า "หน่วยเกาทัณฑ์ เตรียม!"
"อี๊ด...อี๊ด..."
เสียงสายธนูขึงตึงดังขึ้นต่อเนื่อง หัวธนูเยือกเย็นวาววับด้วยประกายมรณะ เล็งตรงไปที่อู๋ถัง
เมื่อเผชิญเรือรบที่ใกล้เข้ามาทุกขณะและลูกธนูนับไม่ถ้วน อู๋ถังทั้งขัดใจแต่ก็จนปัญญา เขาจ้องเขม็งไปที่หลิงชวนแล้วพุ่งตัวดำดิ่งลงในสายน้ำเชี่ยวกราก ถูกกระแสน้ำกลืนหายไปในชั่วพริบตา
แมลงวันมองดูแพไม้ไผ่เปล่าลอยตามน้ำ ถ่มน้ำลายด้วยสีหน้าเหยียดหยาม "คางคกแบกกระบี่ วางท่าเป็นนักฆ่าอะไรกัน!"
คำพูดนี้ทำให้บรรยากาศตึงเครียดผ่อนคลายลงทันที ทหารคนสนิทที่เคร่งขรึมอดหัวเราะออกมามิได้ ต่างคลายสายธนูลง
"เอาละ แยกย้ายกันได้!" หลิงชวนโบกมือ น้ำเสียงกลับมาสงบเช่นเดิม
เรือรบมิได้หยุดเพราะเหตุนี้ แล่นตามน้ำต่อไป ทว่าไม่มีใครสังเกตว่า บนสันเขาดินเหลืองไม่ไกล มีเงาร่างหลายคนกำลังมองเรือรบสองลำนี้อย่างเงียบ ๆ
"ดูท่า ตลอดทางคงไม่มีโอกาสลงมือ!" ชายชราไว้เคราแพะ มือถือธงผ้า ถอนหายใจ
คุณชายหน้าขาวมือถือขลุ่ยไม้ไผ่สีหน้าเครียด "ข้าเริ่มสงสัยแล้ว ว่าการรับงานนี้ตั้งแต่แรกเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือไม่!"
