สิ่งที่เขารับไม่ได้ คือพวกที่ยึดครองดินแดนแห่งหนึ่ง คิดกับราษฎรเยี่ยงสุนัข ปอกลอกประชาชนจนเลือดเนื้อแทบไม่เหลือ
พวกเขากักตุนสินค้าเพื่อขึ้นราคา รับว่าความจนเลียบเคียงอำนาจ บริโภคที่ดินทำกินของชาวบ้าน ประชาชนต้องเร่ร่อนไร้ที่อยู่ แต่พวกเขากลับนอนหลับอย่างสบายใจ กฎหมายของราชสำนักในสายตาพวกเขาหาได้แตกต่างจากกระดาษเปล่าฉบับหนึ่งไม่
หากคนเช่นนี้ยังสามารถนั่งอยู่เบื้องบนในราชสำนักได้ เช่นนั้นเลือดเนื้อของทหารชายแดนที่สู้รบอย่างสุดชีวิต ยอมพลีชีพโดยไม่เห็นแก่ตัว ก็มิได้ปกป้องปวงชนใต้หล้า หากแต่ปกป้องตระกูลขุนนางใหญ่เหล่านี้ต่างหาก
หลิงชวนก็เข้าใจดีว่า การปกครองบ้านเมืองสุดท้ายแล้วย่อมต้องพึ่งพาผู้มีการศึกษา ปวงชนส่วนใหญ่ในโลกนี้มิได้รู้หนังสือแม้แต่ตัวเดียว ตลอดชั่วชีวิตก็มิอาจก้าวออกจากรัศมีไม่กี่สิบลี้ได้ จะปกครองบ้านเมืองสักแห่งหนึ่งก็มิได้ เพียงแต่จะเอาตัวรอดยังลำบาก
คนที่สามารถก้าวออกมาจากครอบครัวต่ำต้อยได้ ย่อมมีความรู้ความสามารถจริง แต่ว่าหลิงชวนเคยพบเห็นคนจำนวนไม่น้อยที่เข้ารับราชการครั้งแรกเต็มไปด้วยเลือดเนื้อแห่งความใฝ่ฝัน ปากก็กล่าวอ้างว่าจะเป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชน
เมื่อเข้าสู่วงการข้าราชการ ได้พบเห็นความมั่งคั่ง ได้ลิ้มรสชาติของอำนาจ ก็ค่อย ๆ ลืมหนทางที่เคยเดินมา ยิ่งกว่าบุตรหลานตระกูลใหญ่เสียอีก
ผู้ที่เกิดจากครอบครัวต่ำต้อย เกลียดชังความฟุ่มเฟือยของตระกูลใหญ่ พอได้อำนาจวันหนึ่ง ก็ละโมบยิ่งกว่าตระกูลใหญ่เสียอีก
ผู้ที่อ่านตำราวิชาของปราชญ์ ด่าทอความสกปรกของวงการข้าราชการ พอได้อำนาจวันหนึ่ง ก็ผุพังยิ่งกว่าขุนนางเก่าเสียอีก
เพราะเช่นนั้น การจะรักษาจิตใจเดิมของตนไว้ได้หรือไม่ มิได้อยู่ที่ชาติกำเนิดสูงต่ำ และมิได้อยู่ที่ระดับความรู้มากน้อย
