คมกระบี่นับไม่ถ้วนทะยานกรูเข้ามา ประหนึ่งตาข่ายผืนใหญ่คลุมร่างเขาไว้ ชายผู้นั้นตกใจยิ่ง รีบโคจรปราณแท้ทั่วร่าง ก่อนฟันกระบี่ยาวในมือออกไปอย่างฉับพลัน
“จงแหลกสลายไปเสีย!”
กระบี่นี้เขาทุ่มเทกำลังทั้งหมดแล้ว ท้ายที่สุดก็ยังมิอาจฟันตาข่ายคมกระบี่ให้ขาดได้ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เขาคาดเดาตัวตนของผู้มาเยือนได้แล้ว เมื่อกระบี่นี้มิอาจทำลายตาข่ายของอีกฝ่าย เช่นนั้นตนย่อมต้องตายอย่างแน่นอน
ที่ทำให้เขากังวลยิ่งกว่าคือ เมื่อเซียวเจี้ยนหลีปรากฏตัวที่นี่ นั่นหมายความว่าการต่อสู้บนเขาเป่ยเจ้าจบลงแล้วหรือ พวกเขาพ่ายแพ้แล้วหรือไม่
“ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ...”
เสียงเบา ๆ ดังขึ้นเป็นระลอก ร่างของชายผู้นั้นพลันถูกบดขยี้แหลกสลาย กลายเป็นหมอกเลือดก้อนหนึ่ง
จากนั้นเซียวเจี้ยนหลีประสานนิ้วเป็นกระบี่ ควบคุมคมกระบี่เหล่านั้นให้แยกออกเป็นหลายสาย พุ่งกวาดเข้าใส่เหล่าผู้ฝึกยุทธ์มือสังหารอีกหลายคน
เสียงกรีดร้องดังขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่า ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแปดขั้นเก้าหลายคนไร้แม้แต่กำลังจะต้านทาน ถูกสังหารคาที่ กระทั่งซากศพยังไม่เหลือ เช่นเดียวกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อนกำเนิดขั้นสมบูรณ์คนนั้น พวกเขาถูกคมกระบี่บดขยี้จนสิ้นซาก เพียงชั่วพริบตาก็กลายเป็นหมอกเลือดหลายก้อน ลอยสลายอยู่กลางอากาศ
อีกด้านหนึ่ง มือสังหารขั้นก่อนกำเนิดขั้นสมบูรณ์คนหนึ่งนำผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมาก บุกโจมตีแนวป้องกันของกองนกเค้าแมวรัตติกาลอย่างสุดกำลัง สมาชิกกองนกเค้าแมวรัตติกาลล้มลงทีละคน คนที่อยู่ด้านหลังก็รีบพุ่งเข้ามาอุดช่องว่างทันที พวกเขากล้าหาญไม่หวั่นตาย ผลัดกันเข้าประจัญบานอย่างต่อเนื่อง
ทว่า ความแตกต่างระหว่างทั้งสองฝ่ายมากเกินไป กองนกเค้าแมวรัตติกาลไม่อาจต้านทานได้เลย เห็นได้ชัดว่าแนวป้องกันกำลังจะพังทลาย
