“ข้ามิได้มาเพื่อช่วยพวกเจ้า ข้ามาเพื่อรักษาเกียรติภูมิของกองทัพเรือตงไห่ต่างหาก!” จางป๋อหยวนจ้องเขม็งด้วยโทสะ สีหน้าราวกับผิดหวังที่เหล็กไม่อาจหลอมเป็นคมดาบ
“หลินหย่วนถู่ผู้นั้นมีใจคิดคด หมายจะก่อกบฏตามอ๋องหนิง หากก่อการสำเร็จ คนที่ได้เป็นอ๋องได้เป็นอัครมหาเสนาบดีก็คือเขา ส่วนพวกเจ้าก็เป็นเพียงบันไดให้ผู้อื่นเหยียบย่ำไปสู่จุดหมาย ยิ่งไปกว่านั้น วันหน้าบันทึกประวัติศาสตร์จะไม่เขียนว่า ‘หลินหย่วนถู่ แม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพเรือตงไห่ นำทัพก่อการ’ แต่จะเขียนเพียงว่า ‘กองทัพเรือตงไห่ก่อกบฏ’ ชื่อของพวกเจ้าทุกคน รวมถึงตระกูลเบื้องหลังและลูกหลานของพวกเจ้า จะถูกตรึงไว้บนเสาแห่งความอัปยศของกองทัพกบฏไปชั่วกาล!”
เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน สายตากวาดผ่านใบหน้าของทุกคน “กองทัพเรือตงไห่เป็นสิ่งที่ทหารเรือตงไห่รุ่นแล้วรุ่นเล่าสละชีวิตปกป้องไว้ ข้าไม่ยอมให้ผู้ใดทำให้มันแปดเปื้อน พวกเจ้าเลือกเอาเอง จะติดตามหลินหย่วนถู่เป็นกบฏที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ หรือจะติดตามข้ากลับมาเป็นทหารหาญแห่งกองทัพเรือตงไห่อย่างผ่าเผย!”
แม้อายุล่วงเลยเจ็ดสิบปีแล้ว ทว่าจางป๋อหยวนยังคงเสียงดังกังวานดุจระฆัง สั่นสะเทือนจนผู้คนปวดแก้วหู
“ท่านแม่ทัพเฒ่า พวกข้าก็ไม่อยากก่อกบฏ แต่แม่ทัพหลินนำทัพก่อการไปแล้ว พวกข้าก็จนปัญญา!”
“ใช่แล้ว ท่านแม่ทัพเฒ่า! แม้พวกข้าจะเป็นเพียงคนหยาบกระด้าง แต่ก็ยังรู้จักแยกแยะความภักดีกับคุณธรรม ทว่าคนที่คัดค้านการยกทัพก่อนหน้านี้ ไม่ถูกประหารต่อหน้าก็ถูกยึดอำนาจทหารแล้วคุมขังไว้ พวกข้าไม่กลัวตายก็จริง แต่หากพวกข้าตายแล้ว พี่น้องใต้บังคับบัญชาจะทำอย่างไร? ครอบครัวของพวกข้าจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร?”
