จากนั้น หลิงชวนกวาดสายตามองเหล่าผู้บัญชาการ เอ่ยถามเสียงหนักแน่นว่า "ตอนนี้ สืบทราบที่มาของกองกำลังกบฏลึกลับสองกองนั้นหรือยัง"
เหล่าผู้บัญชาการพากันส่ายหน้า
เฉินจิ่งเหยาเอ่ยขึ้นก่อน สีหน้าเคร่งเครียดยิ่ง "กองกำลังทั้งสองนี้ลึกลับนัก เหมือนซุ่มอยู่ใกล้หลูโจวมาแต่แรกแล้ว ทว่าหน่วยสอดแนมของเรากลับไม่พบร่องรอยใดมาก่อน ช่างน่าประหลาดยิ่ง"
พูดมาถึงตรงนี้ อู๋อวี่ซานลุกขึ้นยืน ประสานมือคารวะกล่าวรับโทษ "นายท่าน เรื่องนี้เป็นความผิดของข้าน้อยเอง"
"ก่อนกองทัพจะมาถึงหลูโจว ข้าน้อยก็นำหน่วยสอดแนมออกตรวจตราล่วงหน้าแล้ว แต่ว่าเวลานั้นพวกเรามุ่งความสนใจไปที่ทิศทางหล่งโจวมากเกินไป จึงละเลยการตรวจตราพื้นที่อื่นอย่างประมาทเกินไป หาไม่คงไม่พลาดร่องรอยของสองกองทัพนี้ และไม่นำความสูญเสียมาสู่กองทัพ ข้าน้อยขอน้อมรับโทษ"
หลิงชวนพยักหน้าเล็กน้อย น้ำเสียงเรียบเฉย "ล้มเหลวไม่น่ากลัว สิ่งน่ากลัวคือไม่รู้ว่าเหตุใดจึงล้มเหลว และยิ่งไม่รู้จักถอดบทเรียน ความผิดครั้งนี้ ถือว่าเป็นคำเตือนแก่เจ้า ภายหน้าต้องรอบคอบ อย่าให้พลาดพลั้งซ้ำอีก"
หลิงชวนมิได้ตำหนิมากความ เพราะอย่างไรเสีย หน่วยสอดแนมใต้บังคับบัญชาของอู๋อวี่ซานก็เป็นกองทัพหลิงโจว หาใช่กองกำลังสายตรงของตนไม่ หากเปลี่ยนเป็นกองนกเค้าแมวรัตติกาลแห่งอวิ๋นโจวใต้บัญชาของตนแล้วไซร้ ก็เชื่อได้ว่าจะไม่ผิดพลาดระดับต่ำเช่นนี้เด็ดขาด
เวลานั้นเอง ชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งก็เดินฉับ ๆ เข้ามาในกระโจม ค้อมกายรายงาน "นายท่าน สอบสวนได้แล้ว แม่ทัพตาเดียวของกองกบฏทางใต้เมืองนั้น ให้การรับสารภาพแล้ว"
