กองทัพกาโลหิตแบ่งกำลังเป็นสี่กอง แต่ละกองมีพลกว่าร้อยนาย ผลัดกันบุกเข้าโจมตีป่าสนน้ำมันระลอกแล้วระลอกเล่า
กองนกเค้าแมวรัตติกาลอาศัยความได้เปรียบของชัยภูมิ และพลังกดดันจากระยะยิงของคันธนูทำลายเกราะ แม้จะต้านศัตรูไว้ได้สำเร็จ แต่หลูอี้ซิ่นรู้แก่ใจดีว่า นี่เป็นเพียงการหยั่งเชิงเท่านั้น
เมื่อศัตรูล่วงรู้แผนการวางกำลังของพวกเขาแล้ว ต่อไปก็จะลงมือของจริง
แม้จะรอดตายหวุดหวิดมาได้ แต่สถานการณ์ตรงหน้าของกองนกเค้าแมวรัตติกาล ก็ยังคงเป็นวงล้อมที่ไร้ทางออก
หลูอี้ซิ่นเร่งขบคิดอย่างรวดเร็ว รวบรวมกลยุทธ์พิชัยสงครามที่ร่ำเรียนมาจากสำนักศึกษาอวิ๋นโจว พลิกดูในสมองอย่างฉับไว
โดยเฉพาะยุทธวิธีที่หลิงชวนคิดค้นขึ้นสำหรับภูมิประเทศต่างๆ และกลศึกบุกกับรับภายใต้กำลังพลที่ต่างกันยิ่ง เขานำสิ่งเหล่านี้มาปรับใช้กับสถานการณ์ตรงหน้าทีละอย่าง พยายามหาทางรอด
แต่แล้วเขาก็พบกับความสิ้นหวัง ภายใต้กำลังที่ห่างชั้นกันเยี่ยงนี้ ไม่มีทางหาวิธีเอาชนะข้าศึกได้เลย กระนั้นก็ยังพบวิธีรับมือที่พอใช้ได้หลายประการ ส่วนจะต้านทานอยู่ได้จนกว่ากำลังเสริมจะมาถึงหรือไม่ ในใจเขาหาความแน่ใจมิได้
หลูอี้ซิ่นไม่กล้าชักช้าแม้แต่น้อย รีบถ่ายทอดยุทธวิธีต่างๆ ลงไป
ยามนี้ พลทั้งหมดถูกส่งออกไปแล้ว รอบกายเขาเหลือเพียงทหารคนสนิทสี่นาย ไว้ใช้ส่งคำสั่งโดยเฉพาะ
ชั่วธูปหนึ่งผ่านไป กองทัพกาโลหิตก็เปิดฉากโจมตีระลอกสอง
ครานี้พวกเขามิได้โจมตีผลัดเปลี่ยนกันอีก แต่กำลังทั้งสี่กองเคลื่อนพลพร้อมกัน ห่าฝนศรกระหน่ำลงมาจากทุกทิศ ราวกับจะกดหัวกองนกเค้าแมวรัตติกาลไม่ให้เงยขึ้นได้
