เว่ยฉงซานพยักหน้ากล่าวว่า "แม้การส่งทหารครั้งนี้จะเกิดขึ้นโดยกะทันหันด้วยสถานการณ์บีบบังคับ แต่ถึงที่สุดแล้วก็เป็นการออกด่านโดยไม่ได้รับอนุญาต พวกเรารีบเดินทางกลับจะดีกว่า จะได้ไม่เปิดช่องให้พวกที่มีเจตนาร้ายเอาไปขยายความ"
ลั่วชิงอวิ๋นพยักหน้า "ทหารเว่ยอู่เดินทัพหนักระยะร้อยลี้ แถมยังผ่านศึกเลือดมาอีกระลอก จำเป็นต้องพักฟื้นอย่างเร่งด่วน ข้าจะให้คนของข้าเคลียร์ม้าศึก ฟ้าสางก็เคลื่อนพลกลับเข้าด่าน"
เว่ยฉงซานพยักหน้าพลางกล่าว "ลำบากท่านแล้ว"
ลั่วชิงอวิ๋นยิ้มพลางโบกมือ "ท่านแม่ทัพพูดเกรงใจเกินไปแล้ว หากไม่ใช่เพราะท่านตัดสินใจเด็ดขาดนำทัพมาช่วย กองทัพอวิ๋นโจวของเราคงเสียหายหนักหนา น้ำใจนี้ กองทัพอวิ๋นโจวจะไม่มีวันลืม"
เว่ยฉงซานยิ้มส่ายหน้า "ท่านแม่ทัพหลิงมีบุญคุณที่ให้โอกาสข้า ทั้งข้ากับท่านยังสนิทกันราวกับพี่น้อง เหตุใดต้องกล่าวคำเกรงใจถึงเพียงนี้"
หลังฟ้าสาง ทหารเว่ยอู่จึงเริ่มเดินทางกลับ
เพียงแต่ไม่จำเป็นต้องรีบเร่งตั้งเช่นตอนขามา ขบวนทัพจึงค่อยเป็นค่อยไปกว่าเดิมมาก
และครั้งนี้ยังยึดม้าศึกชั้นดีได้ถึงหกพันตัว ล้วนมีรูปร่างสูงใหญ่สมบูรณ์แข็งแรง ทำให้การเดินทางเบาขึ้นเป็นอันมาก ทหารจำนวนไม่น้อยได้ผลัดเปลี่ยนขึ้นขี่ม้าพักฟื้นเรี่ยวแรง
ทหารม้าสี่พันนายของลั่วชิงอวิ๋นไม่ได้กลับไปในทันที แต่เตรียมจะประจำอยู่ที่ทุ่งหญ้าถ่าลาสักสองสามวัน ป้องกันไม่ให้พวกหูเจี๋ยย้อนกลับมาอีก
ส่วนกองนกเค้าแมวรัตติกาลของเฉินเว่ยสิงก็ไม่ได้ถอนกลับเข้าด่านด้วยเช่นกัน ในยามนี้ ศึกใหญ่กำลังจะปะทุขึ้น สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นทุกขณะ ช่วงเวลาคับขันเช่นนี้ หน่วยสอดแนมแม้เพียงผ่อนคลายชั่วครู่ก็อาจก่อให้เกิดความผิดพลาดใหญ่หลวงได้
