ถ้อยคำนี้ดังกังวานราวระฆังยามเย็นและกลองยามเช้า ทำให้หลิงชวนรู้สึกกระจ่างแจ้งขึ้นมาทันใด ทั้งยังล้มล้างแนวความคิดเดิมๆ ของเขาไปหลายอย่าง
ที่แท้บนโลกนี้ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ‘ตำราวิทยายุทธระดับสุดยอด’ ที่จะทำให้คนกลายเป็นยอดฝีมือได้เพียงฝึกฝนตามเพียงเล่มเดียว
เมื่อลองตรึกตรองดูก็เห็นจริง วิทยายุทธนั้นล้ำลึกปานใด ใช่หรือที่ตัวหนังสือเพียงน้อยนิดจะรวบรวมไว้ได้หมดสิ้น? ดั่งเช่นความเข้าใจอันละเอียดอ่อน แม้จะบรรยายเป็นอักษรอย่างพิสดารเพียงใด หรือวาดแผนภาพได้แม่นยำเพียงใด สุดท้ายก็เป็นสิ่งไร้ชีวิต ยากจะถ่ายทอดจิตวิญญาณและหัวใจสำคัญในการต่อสู้ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ทุกขณะ
“ถ้าเจ้าอยากหาตำราสักเล่มไว้ใช้เป็นแนวทาง เปิดโลกทัศน์…” ช่างเหล็กแซ่หยางนิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า “ลองไปหาทางอ่านตำรา ‘เต้าจั้ง’ ดู นั่นคือคัมภีร์ที่ปรมาจารย์ผู้เปี่ยมปัญญาแห่งวิถีเต๋าท่านหนึ่งเมื่อพันปีก่อนเป็นผู้ริเริ่ม และผ่านการต่อเติมเสริมแต่งจากผู้บรรลุธรรมแห่งวิถีเต๋ามาทุกยุคทุกสมัย ได้รับการยกย่องเป็น ‘คัมภีร์ปฐมแห่งวิถีเต๋า’!”
“คัมภีร์ปฐมแห่งวิถีเต๋า?” หลิงชวนเพิ่งเคยได้ยินนามนี้เป็นครั้งแรก
“ถูกต้อง” ช่างเหล็กแซ่หยางพยักหน้า สีหน้าเจือแววจริงจังอย่างยากที่จะพบเห็น
“วิชายุทธ์ทั่วหล้ามีสำนักมากมาย ดูเผินๆ เหมือนต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่หากสืบย้อนไปถึงต้นตอ รากฐานของมันก็ล้วนมีจุดหมายเดียวกัน แนวคิดของสำนักต่างๆ มากมายต่างก็เคยได้รับแรงบันดาลใจจากคัมภีร์ ‘เต้าจั้ง’ ไม่ก็เคยพบเงาจางๆ ในนั้น!”
ช่างเหล็กแซ่หยางกล่าวต่อ “มันไม่ได้อธิบายถึงท่วงท่าหรือเคล็ดลับในการเดินลมปราณเฉพาะเจาะจง แต่เป็นมหามรรคขั้นพื้นฐานว่าด้วยการหมุนเวียนของฟ้าดิน การเปลี่ยนแปลงของหยินหยาง และความเป็นหนึ่งเดียวของกายใจ เป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดภูมิปัญญาของวิทยายุทธและแนวทางการฝึกฝนทั้งปวง หากเจ้าเข้าใจได้สักหนึ่งส่วนสองส่วน ย่อมเป็นประโยชน์ต่อเส้นทางของเจ้าในภายภาคหน้า!”
