“คนพวกนั้นคงกลับมาไม่ได้แล้ว!” ชายหนุ่มกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย นิ้วเคาะที่วางแขนเก้าอี้เบา ๆ แล้วถามว่า “ทางเขาเป่ยเจ้ามีข่าวส่งมาหรือไม่?”
ทุกคนต่างส่ายหน้า เมื่อเห็นเช่นนั้น ชายหนุ่มก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนหันไปถามชายวัยกลางคนในชุดเกราะว่า “เจิ้นฮุย ตอนนี้ที่กองบัญชาการยังเหลือกำลังคนอยู่เท่าใด?”
“เหลือเพียงสามพันกว่าคนขอรับ!” ชายผู้มีนามว่าเจิ้นฮุยประสานมือคารวะตอบ
ก่อนหน้านี้ พวกเขาส่งกำลังคนจำนวนมากไปยังเขาเป่ยเจ้า เวลานี้กองบัญชาการจึงขาดแคลนกำลังพลพอดี ไม่คิดเลยว่าเหยียนเฮ่อเจ้าจะยกทัพบุกเขาตู้ยวนในช่วงเวลานี้ จนพวกเขาตั้งตัวไม่ทัน
ในขณะนั้นเอง ชายในชุดเกราะคนหนึ่งก็วิ่งผลุนผลันเข้ามา
“รายงาน...” ชายผู้นั้นคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “ทหารโจวกำลังเจาะประตูหิน ดูท่าอีกไม่นานก็จะเจาะจนเปิดได้แล้วขอรับ!”
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของทุกคนในที่นั้นก็เปลี่ยนไป ประตูหินบานนั้นแข็งแกร่งอย่างยิ่ง ดาบทวนแทงไม่เข้า น้ำไฟทำอันตรายไม่ได้ ทั้งยังฝังแน่นอยู่ในผนังหินของภูเขา หากคิดจะใช้กำลังเปิดจากด้านนอก แทบเป็นไปไม่ได้
แต่ถึงอย่างไรก็ต้านทานการที่อีกฝ่ายใช้สิ่วค่อย ๆ เจาะประตูหินทีละน้อยไม่ได้
ชายหนุ่มสวมหน้ากากไม่เอ่ยคำใด มองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของเขา ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับวูบไหวไม่หยุด เห็นได้ชัดว่าภายในใจมิได้สงบนิ่งเช่นที่แสดงออก
“ออกคำสั่งให้เฝ้าทางออกทุกแห่ง หากต้านไม่ไหวก็ปิดตายเสีย ห้ามพวกมันเข้ามาได้เด็ดขาด!” ชายหนุ่มกล่าวเสียงขรึม
