มิทันที่หลิงชวนจะเอ่ยสั่ง ทหารคนสนิทด้านหลังก็พุ่งทะยานเข้าใส่ ชักดาบออกจากฝัก พริบตานั้น คมดาบเย็นเยียบสายแล้วสายเล่ากรีดอากาศขาดสะบั้น
ตามติดมาด้วยเสียงคมอาวุธปะทะดังกังวาน เสียงร้องโหยหวนของทหาร และเสียงเลือดสาดกระเซ็น ประสานเป็นหนึ่งเดียว
เพียงชั่วพริบตา ทหารที่กรูเข้ามาก็ถูกตีถอยกลับไปจนสิ้น
บ้างดาบรบหักสะบั้น บ้างเกราะอกถูกผ่าเป็นช่องกว้าง เลือดแดงไหลทะลัก และอีกสองคนก็เช่นเดียวกับนายกอง ถูกฟันแขนขาด นอนคว่ำร้องครวญครางไม่หยุด
นี่เป็นผลจากการที่หลิงชวนสั่งไว้ก่อนแล้วให้ไว้ชีวิต มิฉะนั้น ทหารชุดนี้คงได้กลายเป็นวิญญาณใต้คมดาบไปนานแล้ว
ภาพตรงหน้าทำให้นายกองผู้นั้นหนังศีรษะชาหนึบ ความเจ็บปวดแสนสาหัสจากแขนที่ถูกตัดขาดราวกับถูกความหวาดกลัวขั้นสุดกลบมิด เขาจ้องมองหลิงชวนและพรรคพวกด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ ในดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
ทหารที่เหลือยิ่งตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ ถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ ไม่กล้าบุกเข้ามาอีกแม้แต่ก้าวครึ่ง สายตาที่มองเหล่าทหารคนสนิทนั้น ประหนึ่งเห็นยมทูตมารทวงชีวิต
ในจังหวะนั้น เสียงราบเรียบและเย็นชาของหลิงชวนก็ดังขึ้นช้าๆ แฝงด้วยเจตนาสังหารเสียดแทงถึงกระดูกดำ "ข้าไม่อยากฆ่าคน แต่ผู้ใดกล้าขัดขวางพิธีศพของน้องข้า ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะส่งเขาไปเป็นเพื่อนน้องข้าในปรโลก!"
น้ำเสียงของเขาไม่ดัง ทว่ากลับแทรกเข้าไปในโสตประสาทของทุกผู้คนอย่างชัดเจน
ผู้คนที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกได้เพียงร่างกายเย็นเยียบราวกับถูกยมทูตจับจ้องกระทั่งลมหายใจยังติดขัด
"เจ้า... เจ้าเป็นใครกันแน่?" นายกองเสียเลือดมากเกินไป ใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ เสียงสั่นเครือเอ่ยถาม
"ข้าเป็นใคร เจ้ายังไม่คู่ควรรู้ เรียกสื่อเหวินยวี่มา!" หลิงชวนกล่าวจบก็เบือนสายตากลับ ไม่สนใจเขาอีก สีหน้ากลับคืนสู่ความสงบนิ่งดังเดิม
