“ตูม!”
เสียงระเบิดดังกึกก้องจนฟ้าดินสะเทือน!
ก้อนหินมหึมาที่ห่อหุ้มด้วยเปลวไฟเพลิงและควันดำทะมึน พุ่งกระแทกใส่เชิงเทินกำแพงเมืองอย่างแรง ในชั่วพริบตาก้อนอิฐหินแตกกระจาย สะเก็ดไฟกระเด็นกระดอนราวกับพายุฝนไปทั่วทุกทิศ
เชิงเทินที่ถูกกระแทกพังทลายลงทันที ทหารสองนายที่หลบอยู่ด้านหลังแม้แต่เสียงร้องโหยหวนยังไม่ทันเล็ดลอด ก็สิ้นชีพคาที่
จนถึงตอนนี้ เหล่าทหารที่ตื่นตระหนกจึงได้อาศัยแสงไฟมองเห็นชัดเจนว่า นั่นคือก้อนหินขนาดมหึมา รอบด้านพันด้วยเชือกฟางชุ่มน้ำมันลุกโหมไหม้เป็นไฟ
“ข้าศึกบุก!”
เสียงตะโกนโหยหวนด้วยความหวาดกลัวในที่สุดก็ทะลุออกจากลำคอ เฉือนผ่านความมืดมิดของราตรี ความง่วงงุนที่ยังหลงเหลือถูกบดขยี้ทำลายสิ้น ความตื่นตระหนกแพร่กระจายราวกับโรคระบาด
แม่ทัพผู้นั้นตกใจจนกลิ้งตกจากเก้าอี้ กระเสือกกระสนคลานเข่าเข้าไปใกล้กำแพง
แต่ว่า เมื่อเขามองออกไปนอกเมือง ทั้งร่างก็ราวกับถูกอสนีบาตฟาดใส่ ชะงักแข็งทื่อในพริบตา
ในสายตามองเห็น ลูกไฟน่าสะพรึงกลัวที่ลุกไหม้มากกว่าสิบลูก จากความมืดมิดเบื้องหน้า ทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าพร้อมกัน ลากหางเปลวเพลิงยาวเหยียด เชื่อมต่อเป็นตาข่ายไฟน่าหวาดหวั่นบนนภา ปกคลุมลงมาเหนือกำแพงเมืองราวกับจะกลบฟ้าฝังดิน!
เขาอยากจะร้องตะโกน อยากจะออกคำสั่ง แต่ความหวาดกลัวไร้ที่สิ้นสุดยึดกุมหัวใจ บีบคั้นลำคอของเขา สองขาสั่นสะท้านระริกราวกับร่อนแป้ง อ้าปากพะงาบๆ อย่างสูญเปล่า กลับไร้สุ้มเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา
“ตูม! ตูม ตูม ตูม!”
ความวิบัติจากสรวงสวรรค์มาเยือน!
ก้อนหินยักษ์ที่ต่อเนื่องกันไม่ขาดสาย ราวกับค้อนเทพสายฟ้า ทุบกระแทกใส่ทุกหนแห่งของกำแพงเมืองอย่างแรง กำแพงตลอดทั้งแนวสั่นสะเทือนรุนแรงภายใต้แรงปะทะน่าสะพรึง เพลิงไฟลุกโชนสว่างฟ้า เศษหินกระเด็นกระดอน เสียงกรีดร้อง เสียงโหยหวน เสียงพังทลาย เสียงดังปะทุของไฟลุกไหม้...ดังขึ้นในพริบตา ทำลายความเงียบสงัดของด่านกระดูกเหล็ก
