“เช่นนั้นข้าขอถามสักคำ ที่แห่งนี้คือเหลียงโจวของต้าโจว หรือเหลียงโจวของตระกูลเหยาพวกเจ้ากันแน่?”
เหยาจี้ชูราวกับไม่ได้ยินคำพูดของหลิงชวน ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่
ในฐานะหลานชายคนโตของตระกูลเหยา เขาเดินวางอำนาจบาตรใหญ่ไปทั่วเหลียงโจวมาตลอดชีวิต เคยถูกหยามเกียรติเช่นนี้ที่ไหนกัน?
“ไอ้คนบังอาจ! เข้ามาพร้อมกัน ฆ่ามันให้ข้า!” เหยาจี้ชูเดือดดาลจนขาดสติไปโดยสิ้นเชิง
พอเขาออกคำสั่ง ตระกูลขุนนางใหญ่ทั้งหลายที่ยึดตระกูลเหยาเป็นหลักก็รีบขานรับ ต่างสั่งบรรดาผู้ติดตามให้กำจัดหลิงชวนทั้งสามคนเสียตรงนี้
ชั่วพริบตา ผู้ติดตามสิบกว่าคนก็ถืออาวุธล้อมกรูเข้าหาหลิงชวน
เห็นดังนั้น หลิงชวนก็หัวเราะเยาะ เอ่ยว่า “ดูท่าพวกเจ้าคงไม่หลั่งน้ำตาจนกว่าจะเห็นโลงศพสินะ!”
“ลงมือ!”
ทันใดนั้น เนี่ยซิงหานตวาดสั่งเสียงเย็นชา ชั้นบนที่เงียบสงัดพลันเกิดเสียงอื้ออึง บานประตูห้องทุกบานเปิดออก ทหารสวมเกราะถืออาวุธกรูกันออกมา ยืนเรียงเต็มระเบียงชั้นสอง พร้อมง้างคันธนูเล็งมาทางพวกเขาเป็นแถว
ภาพตรงหน้าทำให้สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไป แม้แต่เหยาจี้ชูก็ยังหน้าซีดเผือด
เขาพลันนึกขึ้นได้ว่า ก่อนออกเดินทาง บิดาเคยกำชับให้เขาเก็บงำความเก่งกล้าของตนไว้ อย่าได้ขัดแย้งกับอีกฝ่ายเด็ดขาด
หลายปีมานี้ ตระกูลเหยาวางอำนาจบาตรใหญ่ในเหลียงโจวจนเคยชิน ไม่เคยเห็นผู้ใดอยู่ในสายตา เขาจึงไม่เคยใส่ใจคำพูดของบิดาเลยแม้แต่น้อย
เมื่อนึกย้อนถึงน้ำเสียงของบิดาในตอนนั้น เขาก็ตระหนักได้ทันทีว่าอีกฝ่ายมีฐานะไม่ธรรมดา ต่อให้เป็นตระกูลเหยาก็ยังต้องหลีกทางให้
