ภายในชั่วพริบตาที่ประกายแสงวาบวูบ จากเงามืดข้างกายหลิงชวน ลำแสงเยือกเย็นว่องไวกว่าก็สว่างวาบขึ้นเสียก่อน
พลันเห็นผู้หนึ่งสวมเกราะทหารคนสนิทธรรมดาย่างสามขุมก้าวขึ้นมา กระบี่ยาวรูปทรงแปลกตาในมือตวัดโค้งจากล่างขึ้นบน เข้าปะทะจุดกลางมวลบุปผาคมดาบอย่างแม่นยำไร้ที่ติ
“เคร้ง!”
เสียงดังกังวาน ชิวจิ้งรู้สึกถึงแรงประหลาดทรงอำนาจส่งผ่านคมกระบี่มา กระบี่ยาวถูกปัดเปิดออกง่ายดาย แนวกลางเปิดกว้าง
‘ทหารคนสนิท’ ผู้นั้นฉวยโอกาสพุ่งตัวตรงเข้าไป รวดเร็วปานเงาดำ ฝ่ามือซ้ายประทับลงกลางอกที่ชิวจิ้งยกป้องกันอย่างลนลานอย่างเงียบเชียบ
ชิวจิ้งครางต่ำเสียงหนึ่ง ประหนึ่งถูกค้อนหนักทุบร่าง เท้าลอยจากพื้น ถอยกรูดหลายก้าวกว่าจะยืนมั่นได้ เลือดลมภายในพลุ่งพล่านราวน้ำเดือด กลิ่นคาวหวานพลุ่ง ขึ้นถึงลำคอ แต่ถูกเขากล้ำกลืนลงไป สีหน้าซีดขาวในฉับพลัน
ในใจหวาดหวั่นสุดคณนา ทหารคนสนิทของหลิงชวนกลับมีกำลังน่าสะพรึงถึงเพียงนี้?
ไม่ใช่สิ! ประกายกระบี่ที่แวบผ่านก่อนหน้านี้ไม่ใช่ดาบปวงชนซึ่งเป็นมาตรฐานกองทัพอวิ๋นโจว ส่วนโค้ง ลวดลายเร้น นั่นคือดาบฉีเสวียนของจวนถิงเว่ยชัด ๆ
“เจ้า... เจ้าเป็นคนจวนถิงเว่ย?” ชิวจิ้งเอ่ยด้วยความตระหนก แววตาดุดันก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยความเหลือเชื่อและหวาดหวั่นเล็กน้อย
“ดาบฉีเสวียน เอาไว้สังหารเดนต่ำช้าอย่างพวกเจ้าโดยเฉพาะ!”
เสียงเย็นเยียบไร้ความรู้สึกแม้แต่น้อยดังออกจากปากอีกฝ่าย ตามด้วยร่างชายหนุ่มอายุไม่ถึงสามสิบปีเคลื่อนไหวดุจเงา พุ่งเข้าใส่อีกครั้ง ดาบฉีเสวียนในมือแปรเปลี่ยนเป็นม่านแสงสีเงินต่อเนื่อง ปกคลุมเข้าหา
