เหล่าทหารม้าหูเจี๋ยล้วนตกตะลึง ชัดเจนว่าคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะบุกโต้กลับก่อน อีกทั้งระยะยิงธนูของพวกเขายังน่าสะพรึงยิ่ง จากระยะกว่าร้อยห้าสิบก้าวก็ทะลวงเกราะของพวกตนได้อย่างง่ายดาย
ทว่าพวกเขายังไม่ทันได้คิดมาก ลูกธนูระลอกสองก็พุ่งมาถึง ทหารม้าอีกหลายนายต้องธนูร่วงจากหลังม้า
ลูกธนูสามระลอกสังหารทหารม้าหูเจี๋ยไปกว่ายี่สิบนาย จวงเหิงจึงบัญชาทันทีว่า “ไป!”
จากนั้น ทุกคนเก็บคันธนูทำลายเกราะ แนบกายกับหลังม้า กระตุ้นม้าศึกให้ออกวิ่งเร็วรี่ เหล่าทหารม้าหูเจี๋ยก็โก่งคันธนูโต้กลับในทันที แต่น่าเสียดายที่อีกฝ่ายอยู่ไกลออกไปถึงสองร้อยก้าวแล้ว ได้แต่มองเงาหลังที่ห่างไกลพลางสบถด่าด้วยความเดือดดาล
“ตามไปฆ่าพวกมันให้หมด!” หัวหน้านายร้อยนายนั้นเดือดดาลแทบคลั่ง ตวาดลั่น
จากนั้น ทั้งสองฝ่ายก็เริ่มไล่ล่ากันอีกครั้ง ไม่นาน ความเร็วของหน่วยสิบคนนั้นก็ช้าลงอีก ครั้งนี้พวกเขาเตรียมพร้อมมาแต่เนิ่น โก่งคันธนูพาดลูกธนูรอไว้
รอจนระยะประชิดหนึ่งร้อยห้าสิบก้าว หน่วยสิบคนก็เปิดคันธนูยิงอีกครั้ง สังหารทหารม้าหูเจี๋ยไปอีกหลายนายในทันที ต่างกันเพียงครั้งนี้ยิงเพียงสองระลอก จวงเหิงก็ตัดสินใจออกคำสั่งถอย
กองทหารม้าหูเจี๋ยก็โก่งคันธนูยิงใส่พวกเขาเช่นกัน น่าเสียดายที่คันธนูของพวกเขายิงไม่ได้ไกลถึงเพียงนี้ ได้แต่มองอีกฝ่ายจากไปอย่างจนใจ
กลยุทธ์เช่นนี้เป็นไม้ตายของสมาชิกกองนกเค้าแมวรัตติกาล ซึ่งกองนกเค้าแมวรัตติกาลเรียกมันว่า ‘เล่นว่าว’!
พวกเขาอาศัยกลยุทธ์นี้สังหารหน่วยสอดแนมหูเจี๋ยไปไม่น้อย ยิ่งกว่านั้นกองทหารม้าซึ่งมาจากกองพลอินทรีทองนี้ ฝีมือการยิงธนูบนหลังม้ายังห่างชั้นจากหน่วยสอดแนมหูเจี๋ยอยู่บ้าง
