คิดได้ดังนี้ แววตาลวี่เฟิงก็วาบแววเด็ดเดี่ยว กัดฟันออกคำสั่ง “ปิดประตูเมือง! เร็ว! ปิดประตูเมืองเดี๋ยวนี้!”
รองแม่ทัพได้ฟังก็ตกตะลึง รีบปราม “ท่านแม่ทัพ! เรายังมีพี่น้องอีกกว่า 2,000 คนที่ถอยกลับมาไม่ทันนะขอรับ! หากปิดประตูเมือง พวกเขาก็จบสิ้นกันแล้ว!”
“ข้าเห็นแล้ว!” ลวี่เฟิงสีหน้าหนักแน่น น้ำเสียงเด็ดเดี่ยว “แต่หากไม่ปิดประตูเมืองตอนนี้ ทหารม้าหู่เปินก็จะบุกเข้ามาในเมือง เมื่อนั้นทั้งเมืองลู่โจว ทุกผู้คนจะต้องตายตกตามกันไป!”
เขามิใช่ไม่คำนึงถึงความเป็นความตายของทหารใต้บังคับบัญชา แต่เพื่อส่วนรวมแล้ว จำต้องกล้ำกลืนใจสละคนกว่า 2,000 นายนี้ทิ้งไป
ประตูเมืองหนักอึ้งถูกปิดลงอย่างบังคับ สิ่งที่ถูกกั้นอยู่ภายนอก นอกจากทหารม้าหู่เปินที่เปี่ยมด้วยไอสังหารแล้ว ยังมีทหารม้ากบฏใต้บังคับบัญชาของลวี่เฟิงอีกกว่า 2,000 นายที่ถอยกลับไม่ทัน
“อย่าเพิ่งปิด! พวกข้ายังเข้าไปไม่ถึง!”
“ท่านแม่ทัพ! เปิดประตูด้วยขอรับ! ได้โปรดเถิด!”
เหล่าทหารที่ถูกทหารม้าหู่เปินไล่สังหารและตกอยู่ในทางตัน เมื่อเห็นประตูเมืองถูกปิดลงก็จมอยู่ในความสิ้นหวังในทันใด ต่างโวยวายด้วยความตื่นตระหนก ทุบตีประตูเมืองอย่างสุดแรง เสียงร่ำไห้ก้องกังวาล แต่ไร้ซึ่งคำตอบรับ
ไม่นานนัก ทหารกบฏกว่าสองพันนายนอกเมืองก็ถูกทหารม้าหู่เปินสังหารไปกว่าครึ่ง สำหรับทหารร้อยกว่านายที่หลบหนีมาถึงหน้าประตูเมืองและร้องขอชีวิตอย่างน่าเวทนานั้น ถังขุยหรานกลับไม่ได้ตามฆ่าให้สิ้นซาก
ด้านหนึ่งเพราะเกรงทหารรักษากำแพงยิงเกาทัณฑ์ตอบโต้ ก่อให้เกิดการสูญเสียโดยไม่จำเป็น อีกด้านหนึ่ง ต่อให้สังหารคนไม่กี่สิบนี้เสีย ก็หาได้ส่งผลใดๆ ต่อสถานการณ์โดยรวมไม่
ปล่อยพวกเขาไว้ ให้พวกเขานำความแค้นและความหวาดกลัวกลับเข้าเมือง บางทีอาจก่อผลที่คาดไม่ถึงก็เป็นได้
