โจวเถี่ยจุ่ยยกสุราขึ้นจิบให้ชุ่มคอ ก่อนเอ่ยว่า “มีคนกล่าวว่าความสำเร็จที่เขามีในวันนี้เป็นเพราะกาลเวลาสร้างวีรบุรุษขึ้นมา แต่เหตุใดผู้คนจึงไม่ลองคิดดูเล่า ในกองทัพฝ่ายเหนือมีแม่ทัพฝีมือฉกาจอยู่มากมาย ผู้ที่มีชื่อเสียงก่อนเขาและมีตำแหน่งสูงกว่าเขาก็มีไม่น้อย เหตุใดผู้ที่ประสบความสำเร็จกลับเป็นหลิงชวน?”
“ตั้งแต่ยกทัพม้าพันนายออกจากแผ่นดินมหาบูรพาไปช่วยด่านหลางเฟิง จนใช้ทหารเพียง 1,500 นายทำให้ทัพใหญ่ชนเผ่าหู่เจี๋ยหลายหมื่นนายพ่ายยับเยินนอกด่าน ส่งผลให้การยกทัพเหนือของชนเผ่าหู่เจี๋ยต้องล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม ไหนจะช่วงที่ดำรงตำแหน่งทัพหน้าบูรพา ใช้เวลาเพียงครึ่งเดือนก็ทะลวงสามแคว้น ได้แก่ ไป๋จี้ ซินหลัว และเกาหลี่ ทั้งยังทำลายกองเรือโจรวาโก๊ะหนึ่งแสนนายที่เกาะจี้โจวจนสิ้นซาก ต่อมายังปราบกบฏได้สำเร็จ ทุกศึกที่ว่ามานี้ไม่ใช่ศึกหนักทั้งนั้นหรือ? ศึกใดบ้างที่มิได้เอาชนะศัตรูด้วยกำลังพลที่น้อยกว่า?”
เสียงของโจวเถี่ยจุ่ยค่อย ๆ ดังขึ้น “แต่สิ่งที่ยกเขาขึ้นสู่แท่นบูชาอย่างแท้จริง ต้องเป็นศึกสร้างตำนานเมื่อครึ่งปีก่อน ณ ทุ่งหญ้าถ่าลา! เขานำกองทัพอวิ๋นโจวใต้บัญชาการเข้าปะทะยอดทหารชนเผ่าหู่เจี๋ยที่มีจำนวนมากกว่าฝ่ายตนหลายเท่า เริ่มจากเอาชนะกองกำลังอสูรนกกาเหว่าที่ได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งหน่วยสอดแนม จากนั้นก็ปราบทหารม้าเหล็กหมาป่าเทา กองทหารม้าเบาชั้นยอดได้ซึ่งหน้า ท้ายที่สุดยังโค่นกองทัพสวรรค์พยัคฆ์สังหารมังกร ผู้มีตำนานไร้พ่ายมายาวนานถึง 300 ปี ลงจากแท่นบูชา ศึกนี้ไม่เพียงผลักดันชื่อของหลิงชวนขึ้นสู่แท่นบูชา แต่ยังนำกองทัพอวิ๋นโจวสร้างตำนานไร้เทียมทานแห่งยอดกองทัพเกราะในสมรภูมิขึ้นมาอีกด้วย!”
