“ท่านผู้ฟังทั้งหลาย คราวก่อนเราเล่ากันถึงศึกที่จิ้งโจว ทหารเกราะเพลิง 500 นายเผาเส้นทางเสบียง เปลวเพลิงครั้งนั้นลุกโหมสะเทือนฟ้าสะเทือนดิน ทหารเก่าจิ้งโจว 500 นาย ไม่มีใครถอย ไม่มีใครยอมจำนน สุดท้ายล้วนมอดไหม้เป็นเปลวไฟ กลายเป็นเถ้าถ่าน!”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนลดเสียงลงเล็กน้อย
“เรื่องที่จะเล่าในวันนี้ คืออีกหนึ่งศึกอันโหดร้ายยิ่งกว่าในสงครามใหญ่ชายแดนเหนือ... ทหารเก่าหยุนโจว 3,000 นาย ต่อสู้นองเลือด ณ ช่องเขาหลางเฟิง!”
ภายในโรงน้ำชาเงียบกริบ
โจวเถี่ยจุ่ยค่อย ๆ คลี่พัดพับ บนพัดวาดภาพภูเขาไกลกับเมืองโดดเดี่ยว หมึกซีดเหลืองไปตามกาลเวลา ขอบพัดยังรุ่ยเป็นริ้ว เขาชี้พัดไปทางเหนือ น้ำเสียงไม่ดัง ทว่าหนักแน่นก้องอยู่ในหูของทุกคน
“ว่ากันว่าในเวลานั้น ชายแดนเหนือรบพัวพันดุเดือด แนวป้องกันยาว 800 ลี้ถูกปกคลุมด้วยเปลวเพลิงแห่งสงคราม ทั่วปาชิงเซียวเสด็จยกทัพด้วยพระองค์เอง นำกองทัพพยัคฆ์สวรรค์สังหารมังกรซึ่งเป็นไพ่ตายของราชวงศ์ทั่วปา มุ่งหน้ามายังหยุนโจว หมายจะฉีกแนวรบที่สองให้แตกออก”
“เมื่อต้องเผชิญกองทัพไร้พ่ายที่เลื่องลือว่าไม่เคยปราชัยในสนามรบ แถมกำลังพลยังมากกว่าฝ่ายตนถึงสองเท่า แม้กองทัพหยุนโจวซึ่งไม่เคยพ่ายแพ้เช่นกัน ก็มีโอกาสชนะริบหรี่ หากหยุนโจวแตก ชายแดนเหนือทั้งหมด รวมถึงจงหยวนทั้งผืน ก็จะตกอยู่ใต้กีบม้าของชนเผ่าหู่เจี๋ย...”
“ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนั้นเอง ภายในเขตหยุนโจว พลทหารเก่ากลุ่มหนึ่งซึ่งดินเหลืองแทบจะกลบถึงคอก็ลุกขึ้นยืน!”
เมื่อเล่าถึงตรงนี้ โจวเถี่ยจุ่ยพลันหยุด เขายกถ้วยชาขึ้นจิบอีกครั้ง สายตากวาดมองใบหน้าผู้ฟังทุกคนเบื้องล่าง
