สุดท้ายเขาก็กล่าวว่า “ได้ นาฬิกาเรือนนี้ย้ายไปเก็บไว้ที่บ้านตระกูลหลัวก่อนได้ แต่ก่อนที่ผลสอบอย่างเป็นทางการจะออกมา ยังถือว่ามอบให้พวกคุณไม่ได้”
แม่หลัวทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดเหล่านั้น ยิ้มพลางเรียกลูกชายให้ไปขนของที่ทำการกองผลิต
ฉู่ถังซีไม่ได้ห้าม อย่างไรเสียเธอก็เตือนไปแล้ว เป็นบ้านตระกูลหลัวที่ยืนกรานจะขนของกลับไปเอง ถึงตอนนั้นก็อย่ามาโทษว่าเธอไม่เห็นแก่ไมตรีก็แล้วกัน
ฉู่ถังซีมองหลัวเวยเวยที่สีหน้าเปี่ยมความมั่นใจ มุมปากก็ยกขึ้นอย่างอดไม่ได้
เงิน 100 หยวนเชียวนะ เอาไปทำอะไรได้ตั้งเยอะแยะ
เรื่องที่ฉู่ถังซีกับหลัวเวยเวยพนันกัน แพร่ไปทั่วหมู่บ้านภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวัน
ชาวบ้านทำงานไปพลาง ก็หยิบเรื่องนี้มาพูดล้อเล่นกันไปพลาง
“เมียจิ่งชวนช่วงนี้จะเหาะขึ้นฟ้าแล้วหรือไง ถึงกล้าพูดว่าตัวเองสอบได้คะแนนเต็ม”
“เมื่อก่อนเก่งแค่ไหน พวกเราก็รู้กันอยู่ อ่านหนังสือพิมพ์ยังลำบากเลย เพิ่งทบทวนหนังสือได้ไม่กี่วันก็คิดจะเอาชนะเด็กมัธยมปลายตั้งมากมาย ฝันยังไม่กล้าฝันขนาดนั้น”
“เวยเวยกล้าเอาเงิน 100 หยวนมาพนัน แสดงว่ามั่นใจอยู่แล้ว รอผลสอบออกมาแล้วค่อยดูกันว่าเธอจะลงเอยยังไง”
ลู่เจี้ยนกั๋วไปตักน้ำที่ริมแม่น้ำ ระหว่างทางได้ยินคำพูดประชดประชันไม่น้อย
มีคนเห็นเขา ก็จงใจยิ้มถามว่า “เจี้ยนกั๋ว พี่สะใภ้ของนายสอบได้คะแนนเต็มเชียวนะ! ต่อไปอย่าลืมให้เธอสอนลูก ๆ ที่บ้านนายบ้างล่ะ”
ลู่เจี้ยนกั๋วอัดอั้นอยู่ในใจ แต่ปากกลับไม่ยอมให้ใครหัวเราะเยาะ
“ผลสอบยังไม่ออก พวกคุณจะรีบร้อนอะไรกัน? พี่สะใภ้ผมกล้าพูดแบบนั้น ก็ต้องมั่นใจอยู่แล้ว”
