แม่หลัวได้ยินว่านาฬิกาตั้งโต๊ะยังอยู่ที่ทำการกองพล ก็รีบพูดอย่างร้อนใจว่า “เลขาฯ แล้วจะรออะไรอีกล่ะ? รีบให้คนย้ายนาฬิกาตั้งโต๊ะไปบ้านเราเถอะ วางไว้ที่ทำการกองพล มีคนเดินเข้าออกขวักไขว่ ถ้าโดนกระแทกเสียหายขึ้นมาจะน่าเสียดายแย่”
เลขาฯ ประจำหมู่บ้านชะงักไป “ของชิ้นนี้เป็นรางวัลที่ทางอำเภอมอบให้คนได้อันดับหนึ่ง ยังไม่ประกาศผล จะย้ายไปไว้ที่บ้านก่อนคงไม่เหมาะกระมัง?”
ตอนพูดเช่นนี้ เขาก็เริ่มนึกเสียใจอยู่บ้างที่เมื่อครู่เอ่ยถึงนาฬิกาตั้งโต๊ะขึ้นมา
ทางอำเภอแค่ฝากให้เขานำรางวัลกลับมาเก็บรักษา ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าใครได้อันดับหนึ่ง
ตอนนี้แม้แต่ใบคะแนนก็ยังไม่เห็น จะมอบรางวัลให้ใครไปก่อนด้วยเหตุผลอะไร?
แต่แม่หลัวกลับคิดว่าเขาหัวแข็งเกินไป
“ก็บอกแล้วไงว่าคนได้อันดับหนึ่งเป็นคนของกองพลชิงซานเรา แถมยังสอบได้เต็มคะแนน จะต้องเดาอะไรอีก? ก็ต้องเป็นเวยเวยลูกสาวฉันอยู่แล้ว”
ป้าหวังก็หัวเราะคล้อยตามอยู่ข้าง ๆ “เลขาฯ อย่าลังเลเลย เมื่อวานคนที่ไปสอบกลับมาก็บอกกันหมดว่าเวยเวยทำได้ทุกข้อ แม้แต่พวกเยาวชนมีการศึกษายังล้อมหน้าล้อมหลังถามคำตอบ นอกจากเธอแล้วจะเป็นใครได้อีก?”
“นั่นสิ ย้ายช้าหรือเร็วก็เหมือนกันไม่ใช่หรือ?”
“ต่อไปเวยเวยจะได้ไปเป็นเสมียนบัญชีที่สหกรณ์ชุมชน กองพลของเราก็พลอยได้ประโยชน์ไปด้วย”
ชาวบ้านต่างช่วยกันพูดสนับสนุนคนละคำสองคำ รอยยิ้มบนใบหน้าแม่หลัวกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
ตอนนี้เธอแทบอยากจะย้ายนาฬิกาตั้งโต๊ะกลับบ้านเดี๋ยวนั้น แล้วนำไปตั้งไว้ตรงจุดที่เด่นที่สุดในห้องโถง ให้คนทั้งหมู่บ้านมาดูความสามารถของลูกสาวเธอ
