รถโดยสารกลับถึงหงซานตอนดวงอาทิตย์คล้อยไปทางตะวันตกแล้ว
หลินชิงชิงลงจากรถตามคนอื่น ๆ ห่อผ้าที่สะพายอยู่บนไหล่ถูกเบียดจนเลื่อนถอยไปด้านหลัง เธอยกมือจัดให้เข้าที่ แล้วเดินไปตามทางที่เริ่มคุ้นเคย มุ่งหน้าไปยังหอครอบครัว
นั่งรถมาทั้งบ่ายจนขาเริ่มเมื่อยล้า
สมุดเล่มเล็กยังอยู่ในห่อผ้า
ค่อยไปถามที่อำเภออีกครั้งหลังกลางเดือนสิงหาคม
ตอนนี้กลับหงซานก่อน ให้คนอื่นเห็นความสามารถที่แท้จริงของเธอ
ทั้งสองเรื่องเริ่มมีทิศทางแล้ว อย่างน้อยก็ไม่ต้องคลำทางไปทั่วเหมือนตอนเพิ่งมาถึงอีก
ใกล้จะถึงจุดจ่ายเสบียง จู่ ๆ ก็มีเสียงคนตะโกนมาจากข้างหน้า
“อย่าเพิ่งยกแล้ว สีหน้าคุณดูไม่ดีเลย”
หลินชิงชิงชะลอฝีเท้า
ข้างจุดจ่ายเสบียงมีลังไม้ใส่ของวางกองอยู่หลายใบ ชายวัยสี่สิบกว่า ๆ คนหนึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งเตี้ย ข้อศอกเท้ากับเข่า มีคนข้าง ๆ ยื่นน้ำให้ แต่เขากลับโบกมือ อีกมือกดอยู่บนอก
“ไม่เป็นไร พักสักหน่อยก็หาย”
เสียงที่พูดไม่ได้ฟังดูอ่อนแรงมากนัก และเจ้าตัวก็ยังรู้สึกตัวดี
คนข้าง ๆ เกลี้ยกล่อม “เมื่อกี้ยกของจนเหนื่อยหรือเปล่า อากาศร้อนขนาดนี้ คุณยังขนไปขนมาตั้งหลายรอบ”
ชายคนนั้นหอบหายใจ “แน่นหน้าอกน่ะ อาจจะหายใจผิดจังหวะ”
มีคนเห็นหลินชิงชิงพอดี จึงเอ่ยเรียกเธอขึ้นมา
“ภรรยารองผู้บังคับกองร้อยเฮ่อ คุณพอรู้เรื่องหมอไม่ใช่เหรอ ช่วยดูให้หน่อยสิ”
หลินชิงชิงเดินเข้าไปใกล้แล้ว
เธอไม่ได้ด่วนตัดสินเพียงเพราะได้ยินว่าเจ็บหน้าอก แต่กวาดตามองชายคนนั้นก่อน
ใบหน้าค่อนข้างซีด เหงื่อผุดเต็มขมับกับปลายจมูก
อากาศร้อนจริง แต่เขานั่งอยู่ในที่ร่มแล้ว ข้างปกเสื้อก็ยังเปียกชื้นเป็นแถบ
“เริ่มรู้สึกไม่สบายตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?”
ชายคนนั้นเงยหน้ามองเธอ
“เมื่อกี้มั้ง”
“เมื่อกี้นานแค่ไหนแล้วคะ?”
“สิบกว่านาที”
