หลังกินข้าวเสร็จ ป้าฉีเก็บถ้วยชาม ส่วนฉีจ้านก็เดินตามไปช่วย
เหยาชิงอู๋นั่งนิ่งอยู่บนม้านั่ง ไม่ใช่ว่าไม่อยากขยับ แต่ขยับไม่ไหวจริง ๆ
กินอิ่มมื้อหนึ่ง เลือดก็ไหลไปรวมอยู่ที่กระเพาะเสียหมด สมองมึนงง หนังตาหนักอึ้ง
นางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มองความเคลื่อนไหวในครัว
ป้าฉีกำลังล้างถ้วยชาม ส่วนฉีจ้านนั่งยอง ๆ อยู่หน้าเตา คอยต้มน้ำร้อน
แสงไฟจากปากเตาส่องกระทบใบหน้าของเขา
เขาเติมฟืนเข้าไปสองท่อน แล้วใช้ฟืนเขี่ยไฟ เปลวไฟพลันลุกโชนขึ้นเลียก้นหม้อ
เหยาชิงอู๋มองแผ่นหลังของเขา พลันนึกถึงความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ดูเหมือนฉีจ้านจะทำงานไม่หยุดหย่อนอยู่เสมอ
ตื่นขึ้นมาในยามเช้า เขาจะไปก่อไฟในครัวก่อน รอจนน้ำร้อนแล้วจึงปลุกบิดามารดา
กลับจากที่ทำงาน วางเอกสารลงก็ไปตักน้ำ รอจนโอ่งเต็มถึงค่อยพัก
โต๊ะ เก้าอี้ หรือม้านั่งในบ้านชำรุด เขาก็ซ่อม
หลังคารั่ว เขาก็ปีนขึ้นไปอุด พอฤดูหนาวอากาศเย็น เขาก็ออกไปเก็บฟืนนอกเมือง คราวหนึ่ง ๆ ใช้เวลาครึ่งค่อนวัน
เจ้าของร่างเดิมทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง
เหยาหย่วนเหวินเลี้ยงบุตรสาวราวกับแก้วตาดวงใจ เมื่อแต่งเข้าตระกูลฉี ป้าฉีก็รักใคร่เอ็นดู ไม่ยอมให้นางทำงาน
นางจึงนั่งอยู่ในห้องทุกวัน อ่านหนังสือบ้าง เหม่อลอยบ้าง วันคืนก็ผ่านไปเช่นนั้น
ไม่ได้เป็นคนเลว แค่ไร้ประโยชน์
เหยาชิงอู๋ให้คำจำกัดความเจ้าของร่างเดิมในใจ
หากคนตระกูลฉีไม่ดี เจ้าของร่างเดิมที่มีนิสัยเช่นนี้ ในยุคสมัยนี้คงอยู่ไม่พ้นฤดูหนาวเป็นแน่
「ชิงอู๋ น้ำร้อนแล้ว」
เสียงของฉีจ้านดังมาจากในครัว
เหยาชิงอู๋ได้สติ ลุกขึ้นเดินไปทางครัว
ในครัวมีหม้อเหล็กตั้งอยู่บนเตา ไอน้ำลอยกรุ่นขึ้นจากน้ำในหม้อ
ฉีจ้านใช้กระบวยไม้ตักน้ำร้อนใส่อ่างไม้ เติมน้ำเย็นลงไปอีกกระบวย แล้วยื่นมือทดสอบอุณหภูมิ ก่อนยกอ่างขึ้น
「ข้าจะยกไปไว้ในห้องให้」
เขายกอ่างไม้เดินไปยังห้องหลัก
เหยาชิงอู๋เดินตามหลัง มองแผ่นหลังของเขา
เสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีน้ำเงินผ่านการซักจนสีซีด บริเวณหัวไหล่มีรอยปะฝีเข็มละเอียด เป็นฝีมือของป้าฉี
พอเข้าห้อง ฉีจ้านวางอ่างไม้ลงบนพื้น แล้วหยิบม้านั่งเตี้ยตัวหนึ่งจากมุมห้องมาวางไว้ข้างอ่าง
「เจ้าล้างเถิด ข้าจะรออยู่ข้างนอก มีเรื่องอันใดก็เรียกข้า」
