เสียงเคาะประตูดังมาก ราวกับกำลังทุบประตูอยู่
หัวใจเฉินอวี้หลานกระตุกวูบ เธอลุกขึ้นหยิบไม้กวาดมาถือไว้ ก่อนจะเดินไปเปิดประตู คนที่ยืนอยู่ข้างนอกคือเจิ้งหมิงฮ่าว
พอเจิ้งหมิงฮ่าวเห็นเฉินอวี้หลาน ก็แสดงสีหน้าไม่พอใจทันที
“แม่ พรุ่งนี้เปลี่ยนที่ตั้งแผงได้ไหม ถ้าเพื่อนผมรู้ว่าผู้หญิงที่ตั้งแผงอยู่ตรงนั้นเป็นแม่ผม ผมขายหน้าตายเลย!”
“หรือไม่ก็เลิกตั้งแผงไปเลย แล้วก็อย่าโพสต์วิดีโออะไรลงอินเทอร์เน็ตด้วย แม่ดูสภาพตัวเองบ้างสิ นอกจากพวกตาแก่แล้ว ใครเขาจะมาดูแม่กัน!”
“อายุก็มากแล้ว ก็อยู่บ้านดี ๆ อย่าเอาแต่ไปออกหน้าออกตาข้างนอก ทำให้พวกเราอับอาย”
หลังระบายความอัดอั้นในใจออกไปแล้ว น้ำเสียงของเจิ้งหมิงฮ่าวก็อ่อนลงเล็กน้อย
“โน้ตบุ๊กกับแท็บเล็ตของผมอยู่ไหน เอามาให้ผม ผมจะเอาไปที่โรงเรียน ช่วงนี้ผมจะไม่กลับมานอนบ้าน จนกว่าแม่จะรู้ว่าตัวเองทำผิด ผมถึงจะกลับมา!”
เฉินอวี้หลานเพียงมองเจิ้งหมิงฮ่าวที่กำลังวางท่าโอ้อวดต่อหน้าเธออย่างเงียบ ๆ
วินาทีนี้เอง เธอถึงเข้าใจว่าอารมณ์จะขึ้น ๆ ลง ๆ ก็เฉพาะต่อหน้าคนที่เราใส่ใจเท่านั้น
ส่วนคนที่เราไม่แคร์เลยสักนิด มองเขามาอาละวาดใส่ตรงหน้า ก็เหมือนกำลังดูเรื่องตลกอยู่เท่านั้น
เจิ้งหมิงฮ่าวดูเหมือนจะไม่รู้ตัวเลยว่าบ้านหลังนี้ไม่มีที่ให้เขาอยู่แล้ว ถึงกับคิดจะใช้วิธีหนีออกจากบ้านมาข่มขู่เธอ
หึ...
เมื่อลูกหนีออกจากบ้าน พ่อแม่ย่อมเป็นห่วงอยู่แล้ว
