โรงอาหารตอนเที่ยงยังคงคึกคักไปด้วยเสียงผู้คน หลี่หางถือถาดอาหารไปนั่งตรงมุมหนึ่ง
ในถาดยังคงเป็นอาหารรสอ่อนเหมือนเดิม
ปลานึ่งหนึ่งจาน ผัดผักหนึ่งจาน และข้าวครึ่งชามเล็ก ๆ
ป้าตักอาหารคราวนี้ไม่ได้ตกใจ แค่เหลือบมองเขามากกว่าเดิมนิดหน่อย
หลี่หางหยิบตะเกียบ คีบเนื้อปลาเข้าปาก เคี้ยวสองสามที จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าปลาตัวนี้เล็กเกินไปหรือเปล่า
ผักนี่ก็น้อยเกินไปหรือเปล่า
แล้วข้าวนี่...เรียกว่าข้าวได้ด้วยเหรอ
แค่อุดซอกฟันยังไม่พอเลย
เขารู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองกินวัวได้ทั้งตัว
ไม่สิ สองตัว
ความอยากอาหารจากร่างเดิมรวมกับกระเพาะที่ถูกขยายจนใหญ่ของร่างนี้ ปะทะกันจนพุ่งขึ้นมาเล่นงานสมอง มือของเขาสั่นเล็กน้อย
แต่เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วข่มแรงอยากนั้นลงไปอย่างยากเย็น
กินไม่ได้ จะปล่อยให้ความพยายามที่ผ่านมาสูญเปล่าไม่ได้
เมื่อวานน้ำหนักลดไปครึ่งกิโล เงินหนึ่งร้อยล้านก็เข้าบัญชีแล้ว
ถ้าวันนี้กินตามใจ พรุ่งนี้น้ำหนักดีดกลับขึ้นมาไม่พอ ยังต้องควักเงินคืนอีกจะทำยังไง
เขาค่อย ๆ กินอาหารจนหมด แล้วนั่งต่ออีกสิบกว่านาทีให้กระเพาะย่อย
ตอนบ่ายสองกว่า ๆ หลี่หางหยิบโทรศัพท์ออกมาเรียกรถผ่านแอป
ที่อยู่ของโค้ชฟางที่สวีฮ่าวตงแนะนำอยู่ในย่านการค้าห่างจากมหาวิทยาลัยโม่ตูไปทางตะวันออกสี่ถึงห้ากิโลเมตร นั่งรถไปประมาณสิบกว่านาที
รถมาถึง หลี่หางเปิดประตูหลัง คนขับเหลือบมองผ่านกระจกมองหลัง สีหน้าพลันแข็งค้าง
“พี่ครับ ไปศูนย์ฟิตเนสอ้าวชวงครับ”
คนขับไม่ขยับ นิ้วเคาะพวงมาลัยพลางอ้ำอึ้งว่า
“เอ่อ...น้องชาย รถพี่คันนี้ค่อนข้างเล็ก นายดูสิ หรือว่า...”
หลี่หางถอนหายใจในใจ หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า “เพิ่มให้สิบหยวน”
คนขับยังลังเล เขาเหลือบมองกระจกมองหลังอีกครั้ง กะขนาดตัวของหลี่หางเทียบกับความกว้างของเบาะหลัง
