หลี่หางหยิบมือถือขึ้นมา แล้วเริ่มค้นหาวิธีลดน้ำหนักอย่างถูกหลักสำหรับคนที่มีน้ำหนักตัวมาก
ต้องจัดอาหารยังไง ควบคุมปริมาณการออกกำลังกายแบบไหน ท่าไหนไม่ทำร้ายเข่า อะไรที่ห้ามกิน และอะไรที่ควรกินเยอะ ๆ
เขาจดลงไปทีละข้ออย่างตั้งใจราวกับกำลังจดเลกเชอร์ ในบันทึกของมือถือมีตัวหนังสือแน่นขนัดเต็มไปหมด
พรุ่งนี้ยังเป็นวันรายงานตัว อีกวันก็เริ่มฝึกทหารแล้ว
หลี่หางรู้สึกว่าถ้าตัวเองไปฝึกทหาร มีโอกาสสูงมากที่จะล้มคาสนามแล้วถูกหามออกไป เผลอ ๆ อาจได้ออกข่าวท้องถิ่นด้วยซ้ำ
เพราะงั้นเขาจึงตั้งใจลองดูว่าจะขอยกเว้นการฝึกได้ไหม
เขาเปิดวีแชตของอาจารย์ที่ปรึกษา แล้วส่งข้อความไป
“สวัสดีครับอาจารย์ ผมหลี่หาง ห้อง 304 อยากสอบถามว่าขอยกเว้นการฝึกทหารได้ไหมครับ?”
อาจารย์ที่ปรึกษาตอบกลับมาเร็วทีเดียว “สวัสดี นักศึกษามีปัญหาสุขภาพอะไรหรือเปล่า?”
หลี่หางคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพิมพ์ตอบ “ผมน้ำหนักตัวเยอะครับ เกิน 150 กิโลกรัม กลัวว่าถ้าออกกำลังกายหนัก ๆ จะเกิดอุบัติเหตุ เลยอยากขอยกเว้นการฝึก หรือไม่ก็เข้าร่วมฝึกโดยไม่ต้องลงฝึกจริงครับ”
อีกฝ่ายเงียบไปพักหนึ่ง
“เกิน 150 กิโลกรัม?”
“ครับ”
“พรุ่งนี้เช้ามาที่ห้องทำงานหน่อยนะ ครูจะดูสถานการณ์จริงแล้วจัดการเอกสารให้”
“ได้ครับอาจารย์ ขอบคุณครับ”
หลี่หางวางมือถือแล้วถอนหายใจโล่งอก
ทางอาจารย์ที่ปรึกษาคงอึ้งเหมือนกัน นักศึกษาใหม่หนักเกิน 150 กิโลกรัม แบบนี้ในมหาวิทยาลัยก็นับเป็นข่าวเล็ก ๆ ได้เหมือนกัน
พอตกเย็น ท้องก็ร้องขึ้นมาตรงเวลา โครกครากราวกับฟ้าร้อง
หลี่หางลากสังขารออกไปที่โรงอาหาร
เพื่อนร่วมห้องอีกสามคนสบตากัน ก่อนจะลุกตามออกไป แต่จงใจเดินอยู่ข้างหลัง เว้นระยะห่างหลายก้าว
หลี่หางได้ยินสือเสี่ยวพูดเสียงเบาอยู่ด้านหลัง “หรือว่า…ชวนเขาไปด้วยดีไหม?”
สวีฮ่าวตงไม่ตอบ เฉียวชวนก็เงียบเช่นกัน
เสียงฝีเท้าดังตามมาไม่ช้าไม่เร็ว รักษาระยะห่างได้พอดี
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังไม่หยุดตลอดทาง
【ค่าความตกใจ +4】
【ค่าความตกใจ +1】
【ค่าความตกใจ +3】
【ค่าความตกใจ +2】
หลี่หางเริ่มจับทางได้แล้ว แค่ทำให้คนตกใจเพราะอ้วนอย่างเดียว ค่าความตกใจก็มีจำกัด
ทุกคนมองแวบเดียวก็จบ พอหมดความแปลกใหม่ก็ไม่มีอะไรแล้ว
ต้องทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ถึงจะมีค่าความตกใจเข้าบัญชีเป็นกอบเป็นกำ
แต่ตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้ เก็บสะสมไปก่อนแล้วกัน
พอไปถึงโรงอาหาร การปรากฏตัวของหลี่หางก็เรียกเสียงฮือฮาขึ้นมาอีกระลอก ค่าความตกใจกระโดดขึ้นมาอีกสองสามครั้ง
แต่ก็แค่ไม่กี่วินาที ทุกคนต่างมีธุระของตัวเอง มองแวบเดียวก็หันไปทำอย่างอื่น
ใครจะกินก็กิน ใครจะคุยก็คุย
หลี่หางเดินไปที่ช่องตักอาหาร
ป้าคนตักกับข้าวเห็นรูปร่างของเขา มือก็สั่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
【ค่าความตกใจ +5】
ในใจป้าเริ่มคำนวณแล้วว่า หนุ่มคนนี้จะตักข้าวเยอะแค่ไหนนะ?
รูปร่างขนาดนี้ ข้าวชามเดียวคงไม่พอแน่ ๆ ใช่ไหม?
สงสัยต้องยกกะละมังมาให้เลยหรือเปล่า?
ป้ายังนึกไปถึงหมูที่เลี้ยงไว้ที่บ้านเกิด ปีหนึ่งหนักเกิน 150 กิโลกรัม อ้วนพีสมบูรณ์ พอถึงตรุษจีนก็เชือดขายได้เงินไม่น้อย
แต่แล้วหลี่หางก็เอ่ยขึ้นว่า “ป้าครับ ขอหอยกุ้งหนึ่งที่ บรอกโคลีหนึ่งที่ แล้วก็ข้าวถ้วยเล็ก ๆ ก็พอครับ”
ป้าชะงัก “แค่…แค่นี้เหรอ?”
“ครับ พอแล้ว ขอบคุณครับป้า”
ป้ามองใบหน้ากลม ๆ วัยหนุ่มที่ดูจริงจังของเขา แล้วคิดว่าหนุ่มคนนี้คงอยากลดน้ำหนักเหมือนกัน จึงยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
มือที่ถือทัพพีตักอาหารอย่างมั่นคง ปริมาณพอดีไม่มากไม่น้อย “สู้ ๆ นะหนุ่ม”
หลี่หางยิ้มตอบ “ขอบคุณครับป้า”
เขาถือถาดไปนั่งตรงมุมหนึ่ง แล้วค่อย ๆ กินทีละคำ
หอยกุ้งกับบรอกโคลีรสอ่อน ๆ ส่วนข้าวก็มีแค่ถ้วยเล็ก ๆ
เมื่อก่อนเขาต้องกินถึงสามชาม แต่วันนี้กินแค่ชามเล็กชามเดียว
เขาอดใจไว้ได้
กินเสร็จก็นั่งพักราวสิบนาที ก่อนลุกเดินไปที่สนามกีฬา
ที่สนามมีคนอยู่ไม่น้อย ทั้งคนเดินเล่นและคนวิ่ง
มีคู่รักนั่งคลอเคลียกันบนสนามหญ้า นักศึกษาบางคนกำลังวิ่งออกกำลังกาย และยังมีนักกีฬามหาวิทยาลัยอยู่หลายคนกำลังวัดแรงกันตรงบาร์โหน
พอหลี่หางปรากฏตัว ก็เรียกสายตาคนอื่นได้ตามเคย
“พวกนายดูนั่นสิ มีคนอ้วนเบ้อเริ่มอยู่ตรงนั้น”
“โห นั่นหนักเกิน 150 กิโลกรัมเลยมั้ง?”
“โห น้ำหนักขนาดนี้คงเป็นความดันสูง ไขมันในเลือดสูงอะไรพวกนั้นแล้วมั้ง!”
“สุดยอด น้ำหนักขนาดนี้ยังมาสนามกีฬาได้ ใจถึงจริง ๆ”
“ถ่ายคลิปลงโต่วอินดีกว่า ดังแน่”
【ค่าความตกใจ +3】
หลี่หางได้ยินทุกคำ ในใจอัดอั้นด้วยความไม่พอใจ
เขากัดฟันเริ่มเดินช้า ๆ หนึ่งรอบ แล้วก็อีกรอบ
พูดตามตรง มันเหนื่อย
เหนื่อยจริง ๆ
ทุกครั้งที่ก้าวลงไป เข่าก็ประท้วง หน้าอกเหมือนถูกอะไรบางอย่างอุดไว้ หายใจยังไงก็ไม่ทั่วท้อง
พอเดินถึงรอบที่สอง เขารู้สึกราวกับมีคนใช้มีดกรีดปอด ความเจ็บแสบร้อนแผ่ไปทั่ว
เหงื่อไหลลงมาตามใบหน้า เสื้อผ้าเปียกชุ่มแนบไปกับตัว ทั้งร่างเหมือนเพิ่งถูกช้อนขึ้นมาจากน้ำ
ขาหนักขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่ยกเท้าต้องตะโกนบอกตัวเองในใจว่า “เดิน”
อยากยอมแพ้
อยากมากจริง ๆ
แต่หลี่หางไม่หยุด
เขาก้มหน้า มองพื้นใต้เท้า แล้วค่อย ๆ ขยับไปข้างหน้าทีละก้าว
ช้าหน่อยไม่เป็นไร แค่ไม่หยุดก็พอ
เดินไปกว่า 40 นาที ฟ้าก็มืดสนิทแล้ว
ไฟถนนสว่างขึ้น ไฟดวงใหญ่ในสนามกีฬาก็เปิดตาม แสงสีขาวส่องลงมา ทอดเงาของหลี่หางให้ยาวและกว้าง
หลี่หางหากำแพงสักด้านแล้วพิง เริ่มทำท่านั่งยองพิงกำแพง
ทำชุดละ 30 วินาที ทั้งหมดสามชุด
พอทำครั้งสุดท้ายเสร็จ ร่างทั้งร่างก็ไถลลงไปกองกับพื้นทันที เหงื่อหยดแหมะ ๆ กระแทกพื้น
จริง ๆ นะ อย่างกับฝนตก
พื้นเปียกเป็นหย่อมเล็ก ๆ อย่างรวดเร็ว
ในตอนนั้นเอง
【ติ๊ง! ลดน้ำหนักได้ครึ่งกิโลกรัม ทรัพย์สินเพิ่ม 1 พันล้าน!】
หลี่หางชะงักไปหนึ่งวินาที ก่อนนอนหัวเราะอยู่บนพื้น
“ฮ่า ๆ…ฮ่า ๆๆ…”
เขานอนหงายมองฟ้า หน้าอกกระเพื่อมแรง เหงื่อยังไหลลงพื้นไม่หยุด แต่ปากฉีกยิ้มจนหุบไม่ลง
ฉันก็เป็นเศรษฐีพันล้านแล้วโว้ย!
บ้าจริง เหงื่อที่เสียไปไม่สูญเปล่า ความลำบากที่ทนมาก็ไม่เสียเปล่า!
ร่างที่เมื่อครู่ยังรู้สึกหมดเรี่ยวแรง จู่ ๆ ก็เหมือนถูกฉีดยากระตุ้นหัวใจเข้าไป
หลี่หางลุกขึ้นจากพื้น ปัดฝุ่นตรงก้น เสื้อผ้าเปียกโชกไปทั้งตัวเหมือนไก่ตกน้ำ แต่ฝีเท้ากลับเบากว่าตอนขามาอย่างเห็นได้ชัด
มีระบบแล้วจะยังไง?
นอนเฉย ๆ ก็แข็งแกร่งขึ้นได้แล้วจะยังไง?
ถึงอย่างนั้นก็ต้องเริ่มก้าวขาออกไปก่อน
