หลินเหยาก็รู้สึกยินดีเช่นกัน “ตอนซินหยางออกเรือน ข้าเคยบอกนางว่า นางคือหงส์หลวนที่โผบินเหนือเก้าชั้นฟ้า ยังมีผืนฟ้าอันกว้างใหญ่กว่านี้รออยู่”
ครั้นคิดได้ นางก็ทอดถอนใจ “ข้ายังเป็นเพียงฮองเฮา แต่เจ้าหนูน้อยกลับได้เป็นไทเฮาแล้ว อำนาจใหญ่หลวงอยู่ในมือ ไม่มีผู้ใดกดขี่นางได้”
เซียยิ้นเฉินหันไปมองภรรยา แววตาประหนึ่งกำลังบอกว่า สิ่งที่เจ้าไม่อาจทำให้สำเร็จ ธิดาของเจ้ากลับทำให้เป็นจริงแล้ว
“สถานการณ์ใหญ่ได้ข้อยุติแล้ว กองทัพใหญ่ก็คงใกล้กลับมาแล้วกระมัง”
จืออี้ที่ตึงเครียดมานานเกือบสองเดือน ในที่สุดก็มีรอยยิ้มบนใบหน้า
“กลับช้าหน่อยก็ไม่เป็นไร อย่างไรเสียทุกคนก็ปลอดภัย” จื่อเยียนผู้ปากไวเอ่ยหยอกด้วยรอยยิ้ม “องค์เซียนอ๋องปลอดภัยดี คราวนี้จืออี้คงวางใจได้แล้ว”
สายตาหลายคู่จับจ้องมาที่นาง เมื่อเห็นแววตารู้ทันและเจือความนัยของทุกคน ใบหน้าจืออี้ก็แดงวาบ ความลับที่ซ่อนลึกอยู่ในใจประหนึ่งกำลังหลุดพ้นจากการควบคุม
ข่าวแพร่ไปถึงเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านต่างโห่ร้องด้วยความภาคภูมิใจในองค์หญิงแห่งราชวงศ์
ในเวลาเดียวกัน องค์หญิงอีกองค์หนึ่งก็ถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์
【เป็นองค์หญิงเหมือนกันแท้ ๆ เมื่อเผชิญหน้ากับสมรสเชื่อมสัมพันธ์ คนหนึ่งยืนหยัดด้วยศักดิ์ศรี อีกคนกลับร่ำไห้หลบหนี】
【สามีตายอย่างไม่เป็นธรรมเหมือนกัน คนหนึ่งทำอะไรไม่ได้ ได้แต่รอให้พระบิดาส่งคนมารับกลับ อีกคนกลับฝ่าฟันออกมาช่วยตนเองได้ในยามคับขัน】
เจียยี่ที่กำลังป่วย เมื่อทราบเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากภายนอก ใบหน้าซีดขาวก็เผยความไม่ยอมแพ้ระคนจนใจ “พูดได้เพียงว่านางมีพระบิดาที่รักนาง มีพี่ชายที่ยอมเสี่ยงชีวิตทำศึกเพื่อนาง สุดท้ายแล้วนางก็มีชะตาดีกว่าข้าจริง ๆ”
สาวใช้ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้เอ่ยอะไร เพียงปรนนิบัติเจ้านายอย่างเงียบงัน
หากจะพูดถึงความรักใคร่ อดีตจักรพรรดิก็ทรงรักใคร่เจ้านายของนางไม่น้อย ในหมู่องค์หญิงทั้งหลาย นางได้รับความโปรดปรานเป็นพิเศษแทบไม่เป็นรองผู้ใด แต่ตนเองไร้ความสามารถและพรสวรรค์ เอาแต่คิดเรื่องเหลวไหลก่อความวุ่นวาย จนมีจุดจบเช่นวันนี้จะโทษผู้ใดได้
